Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Friday, January 3, 2020

The Fundamental Buddhism's Doctrines for Mind over Force Field : The Advanced Study of Sacittapariyodapanam

The Fundamental Buddhism's Doctrines for Mind over Force Field
The Advanced Study of Sacittapariyodapanam
หลักสูตรฝึกอบรมจิตให้ขาวสว่างรอบของพระพุทธศาสนาตามหลักฐานพระไตรปิฎก
มีหัวข้อหลักสูตร ดังนี้
#ข้อที่หนึ่ง.
ฌานและปัญญาเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน ไม่แยกกัน ไม่อาจแยกขาดจากกัน
มีพระพุทธคาถาตรัสรับรองในธรรมบท ว่า
นตฺถิฌานํ อปญฺญสฺส
Natthijhanam apannassa,
...ไม่มีปัญญา ก็ไม่มีฌาน
ปญฺญานตฺถิ อฌายิโนฯ
Pannanatthi ajhayino.
...ฌานไม่มี ปัญญาก็ไม่มีฯ
#ข้อที่สอง.
ฌาน โดยการเปิดเผยเพื่อพิสูจน์และค้นพบของพระพุทธเจ้า มีอยู่สอง คือ
๒.๑ ลักขณูปนิชฌาน
๒.๒ อารัมณูปนิชฌาน
๏#ลักขณูปนิชฌาน ๚๛
เป็นฌานเพื่อปัญญา(หลุดพ้น) มีสามลักษณะ คือ
๑. #อนิมิตสมาธิ
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced) ...
"สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
#อนิมิตวิโมกข์
๒. #อัปณิหิตสมาธิ
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced)...
"สพฺเพ สงฺขารา ทุกขา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
"#อัปณิหิตวิโมกข์"
๓. #สุญญตสมาธิ
เป็นฌานเข้าสมาบัติเพื่อการประสบ(experienced)
"สพเพ ธมฺมา อนตฺตา"
ออกจากสมาบัติ เรียกว่า
"#สุญญตวิโมกข์"
หมายถึง....
ปัญญาในการเห็น #ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา ของขันธ์๕ และแม้แต่ขันธ์๕เอง..ไม่ใช่เกิดจากการท่องจำหรือบริกรรมใดๆ แต่มีจิตที่ฝึกอบรมดีแล้วเป็น ฌานสมาบัติรองรับการประสบ ซึ่ง เป็นไปตามพระพุทธโอวาท ว่า
สมาธึ ภิกฺขเว ภาเวถฯ
Samadhim bhikkhave bhavetha.
...ภิกษุทั้งหลาย เธอจงเจริญสมาธิฯ
สมาหิตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ยถาภูตํ โอกฺกายติฯ
Samahitassa bhikkave bhikkhuno yathabhutam okkayati.
...เพราะเมื่อภิกษุมีจิตตั้งมั่น(ในสมาธิ)แล้ว สิ่งทั้งปวงย่อมปรากฏตามเป็นจริงฯ
จาก ข้อ(๒๔๙) ชีวกัมพวนสูตร
สฬายตนวรรค สังยุตตนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม๑๘/๔๕
#อารัมณูปนิชฌาน :
เป็นฌานเพื่อแสดงคุณ(แห่ง)ธรรม และอานุภาพพระศาสนา ยืนยัน
#อานิสงส์แห่งมนุษยธรรม และ
#อานิสงส์แห่งอุตริมนุสสธรรม
เป็นปรากฏการณ์ .....
Mind over Force Field ทั้งหมด
มีศัพท์เท็คนิคบัญญัติเรียกเป็นการเฉพาะว่า
"#อนุปุพพนิโรธสมาบัติ๙" และ
"#วิโมกข์๘"
ประกอบด้วยรูปฌาน๔ อรูปฌาน๔ มี
"#สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เป็นชั้นสูงสุด สำหรับ อนุปุพพนิโรธสมาบัติ๙
ส่วนวิโมกข์๘ ประกอบด้วยรูปฌาน๓ อรูปฌาน๔ มีสัญญาเวทยิตนิโรธ เป็นชั้นสูงสุด
อารมณูปนิชฌาน นี้ เมื่อประกอบด้วยทักษะเฉพาะ คือ เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา ก็จะเป็น..
เมตตาเจโตวิมุตติ
กรุณาเจโตวิมุตติ
มุทิตาเจโตวิมุตตื
อุเปกขาเจโตวิมุตต
ซึ่งมีการเรียกเฉพาะ ว่า
"#พรหมวิหาร๔"
ใช้ในทักษะของคุณธรรมเหนือมนุษย์ เรียกว่า
"#อเนญชาสมาบัติ"
ทั้งหมดทั้งปวง ไม่แยกกัน
ไม่อาจแยกขาดจากกัน เพราะ...
#ราคานุสัย ละได้ด้วย #ปฐมฌาน
*ราคานุสัย คือรากเหง้าของ อภิชฌา ที่มาของ #ราคะ-#โลภะ ปฐมฌานจึงมีชื่อสมาบัติว่า
๏ #เนกขัมมสุข ๚๛
หมายถึงสุขอันเกิด...
จากการหลีกเร้นกาม
จากการพ้นเหนือไปจากกามคุณ๕
จากการพ้นการครอบงำของข้อมูลประสบการณ์ของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่ก่อตัวเป็นระบบปสาทรูป(Nervous System)อันดับ๑ ของ รูปอาศัย;อุปาทายรูป๒๔
#ปฏิฆานุสัย ละได้ด้วย #วิโมกข์(๘)
*ปฏิฆานุสัย คือ รากเหง้า พยาบาท ที่มาของ #โทสะ
และ วิโมกข์ตั้งอยู่บทบาทของตติยฌาน ซึ้งมีชื่อเป็นศัพท์เท็คนิคเฉพาะว่า
"#สุภกิณหพรหม"
มีชื่อสมาบัติว่า
๏ #สมาธิสุข ๚๛
#อวิชชานุสัย ละได้ด้วย "#จตุตถฌาน(ฌานที่๔)
*อวิชชานุสัย คือรากเหง้าของ อัสมิมานะ ที่มาของ โมหะ เป็นปรากฏการณตามที่มีพระพุทธบัญญัติไว้เป็นพระสูตรชื่อ
"หิมวันตสูตร"
และ จตุตถฌาน (ฌานที่๔) นี้ มีชื่อสมาบัติว่า...
๏ สัมโพธิสุข๚๛
#ข้อที่สาม.
ปัญญาความรู้(Comprehension)หรือพหูสูตรที่ตั้งแห่งการได้มาซึ่ง ฌาน(Consciousness+Concentration) ดังกล่าวข้างต้น พระพุทธศาสนา เรียกว่า
*#อุปริกขะ๓* ได้แก่....
หนึ่ง. การเพ่งพินิจธาตุ๖ เรียกว่า
"ธาตุอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรู้แตกฉานในโครงสร้างของ อาการ๓๒ ที่เป็นธาตุดิน๒๐ ธาตุน้ำ๑๒ ธาตุไฟ๔ ธาตุลม๖ อากาสธาตุ๑ วิญญาณธาตุอีก๑.. ตามพระพุทธบัญัติที่ทรงมีนิยามบัญญัติไว้ ในหลายๆพระสูตร ชัดเจนขึ้นใจ
สอง. การเพ่งพินิจอายตนะ๖ เรียกว่า
"อายตนอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรอบรู้แตกฉานในโครงสร้างของอายตนะ๖ ทั้งรูปธรรม ได้แก่ จักขวายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ มนายตนะ(มนายตนะประกอบด้วย มโนวิญญาณ และมโนธาตุวิญญาณ) และนามธรรมคือ เวทนา-สัญญา-เจตนา-ผัสสะ-มนสิการ ซึ่งเป็น Survival Dynamic และ/หรือ Vitality Force ตามพระพุทธบัญญัติเป็นนิยามไว้หลายมิติในพระสูตรต่างๆ
สาม. การเพ่งพินิจปฏิจจสมุปปาท เรียกว่า
"ปฏิจจสมุปปาทอุปริกขะ"
คือ ต้องมีความรอบรู้แตกฉานในโครงสร้างของพระปฏิจจสมุปปาท ทั้งในส่วนที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่มีพระพุทธบัญญัติให้นิยามความหมายไว้ในหลายๆพระสูตร อย่างกลมกลืนเสริมกัน ไม่มีขัดแย้งกัน
จากข้อ(๑๒๔) สัตตัฏฐานสูตร
นวกนิบาต อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เล่ม ๑๖/๔๕
โดยสรุป:
๏ ลักขณูปนิชฌาน เป็นสมาธิของจิตที่รองรับ
"ปัญญาวิมุตติ"
๏ อารัมณูปนิชฌาน เป็นสมาธิของจิตที่รองรับ
"เจโตวิมุตติ"
ทั้งสองสาย พบกันที่ชั้นสูงสุดสุดท้ายเดียวกัน ที่
"สัญญาเวทยิตนิโรธ"
ซึ่งเป็น....
"อุปาทิเสสนิพพาน"
คือการเข้า นิพพานในขณะที่ยังมีชีวิตดำรงอยู่
เสมอกัน !!!!!
..... ..... .....
ภาพประกอบโพสต์ :
ภาพที่๑.
แสดง หัวใจและตับ เป็นรูปธรรมรองรับ จิตที่เป็นกำลังของปัญญา และปัญญาหลุดพ้น หัวใจสัมพันธ์กับการหายใจที่ต้องสร้างสารอาหารจากลำไส้เล็กที่อาศัยน้ำย่อยจากตับซึ่งพักไว้ที่ถุงน้ำดีที่ทำงานร่วมกับระบบน้ำเหลือง และอาศัยออกซิเจนจากปอด เป็นไป
ภาพที่๒.
แสดงระบบปสาทรูป(Nervous System) กับระบบการไหลเวียนของโลหิต(Circulatory System) รองรับความรู้สึกที่พระพุทธศาสนาเรียกเฉพาะว่า "เวทนา" ซึ่งการดัับสนิทของกระบวนการเวทนาคือเป้าหมายสูงสุดของการฝึกอบรมจิตของพระพุทธศาสนาดังเวทนาที่ปรากฏในศัพท์เท็คนิคว่า
"สัญญาเวทยิตนิโรธ" ตรง "เวทยิต"
ภาพที่๓.
แสดงข่ายใยของระบบน้ำเหลือง(Lymphatic System) ซึ่่งพระพุทธศาสนารวมเอา "ถุงน้ำดี(Gallbladder) เข้าไว้ด้วยกันกับระบบน้ำเหลืองเรียกรวมว่า "ปิตตะ"
ในหลักสูตรอบรมจิต ปิตตะเป็นรูปธรรมรองรับการทำงานของ "สติสัมปชัญญะ" ที่ตั้งของ
"หิริ-โอตตัปปะ"
ภาพที่๔.
แสดง บันทึกความทรงจำภายในเซลล์ที่เรียกว่า Engram Bank ซึ่งมีข้อมูล ๕,๐๐๐ ล้านบิท ต่อหนึ่งเซลล์ และพระพุทธศาสนามีหน่วยวัดปริมาณเหตุการณ์ในความทรงจำที่บรรจุภายในเซลล์นี้เรียกว่า "กัปป์-กัลป์"
และเรียกกลุ่มความทรงจำนี้ว่า "สัญญา"
ภาพที่๕.
แสดงพลังงานไฟฟ้าเคมีที่เข้าไปเกี่ยวข้องพลังงานนิวเคลียร์ที่ยึดเหนี่ยวโมเลกุลของธาตุคาร์บอน แต่จิตสามารถใช้แรงไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากกระบวนการในลมหายใจ (Respiratory System) เข้าไปควบคุมแรงนิวเคลียร์ในธาตุคาร์บอนจากสารอาหารให้เกิดการสังเคราะห์อินทรียสารสร้างชีวิตของสัตวบุคคลขึ้นมาได้.
ภาพที่๖.
การนั่งสมาธิที่สำนวนโบราณของชาวพุทธเรียกว่า นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรง เพื่ออ่านค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเคมีชีวภาพ จากการไหลโคจรของระบบเลือด ที่สัมพันธ์กับการไหลโคจรของระบบน้ำเหลือง และสุดท้ายให้ระบบน้ำเหลืองเข้าทำงานแทนที่ระบบไหลเวียนของโลหิตทั้งหมด เป็นที่มาของอาการฉ่ำเย็นตลอดทั้งร่างที่เรียกว่า "ปีติ" ระดับต่างๆขณะจิตเป็นอิสระไปจากข้อมูลของอายตนประสาท เพราะ เลือดและอายตนประสาทหยุดทำงาน โดยระบบน้ำเหลืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นประจุอิสระค่าบวก ทำงานแทนที่เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งเมื่อสัมพัทธ์กับสนามโน้มถ่วงดวงดาวของโลกและจักรวาล ก็จะเกิดปรากฏการณ์ของ อุตริมนุสสธรรมทั้งหลายขึ้น ตามบันทึกทั้งหมดในพระไตรปิฎก.

Sunday, February 3, 2019

ฝึกกรรมฐานหายใจอย่างไร...จึงมีสติเป็น "สมาธิ" และ "ปัญญา"




Atthanij Pokkasap 


สมมาตร สูรย์จันทร์
สมดุล ปิงคลานาภี(Pingla Nabhi)-อิทานาภี(Ida Nabhi)
คือ ช่อง ว่างแห่งลม...สุศุมญา นาทิ(Sushumna Nadi)
ประสิทธิภาพ ปิตตะ(ดี,น้ำดี)= สติ
ประสิทธิภาพ หทยํ(หัวใจ),ยกนํ(ตับ)= สมาธิ-ปัญญา
อาศัย ระเบียบแห่งลมหายใจ(อัสสาสปัสสาโส)
หายใจอย่างไร...
จึงมีสติเป็น.. สมาธิ ปัญญา

สิทธิการิยะ
ฝึกกรรมฐาน โดยปราศจากการเรียนรู้วิชาจิตสรีระศาสตร์พุทธวิเคราะห์ 
ได้ญาณ ได้องค์ญาณมา                                                                                            
ขี้โรค อมโรค เรื้อรัง
หาสาเหตุไม่เจอ ดีแล ฯ



Sirimongkol Tobngam    การทีได้สมมาตร สูรย์จันทร์ ความปลอดโปร่งโล่งในกระโหลกลงคอกลวงเข้าทรวงอก เป็นอารมณ์อันปราณีตอย่างบอกไม่ถูก ครับ


Atthanij Pokkasap  ต่อไปฝึกใช้ ช่องว่างแห่งลม ที่ท่านเรียกว่า เส้นอิทา(อิทามาตรฐาน คือ ช่องสุญญากาศ )ให้ขับเคลื่อนออกมา..
สุญญากาศจะฉีกอากาศเป็นกระแสพลังถ้าเกิดเสียง จะเกิดเสียงแบบ โซนิคบูม หรือที่มาของ
วิชาสิงโตคำรามในนิยายกำลังภายในของจีน ครับ แต่ในทางรักษาโรค คือ ปราณปรับสมมาตรสูรย์จันทร์...ฝึกสร้างความคุ้นเคยเค้าไว้ได้แล้วครับ


Chai Jino    รายงานผล การกักลม ตอนนี้ทำแล้วมีความรู้สึก ร้อนสลับหนาว แต่ ความรู้สึก
จะหนาวมากกว่าครับ   จากเมื่อก่อนร้อนมาก


Atthanij Pokkasap  ลมไม่เสมอ ทำให้เตโชธาตุกระเพื่อม..
นึกถึงเตาเศรษฐกิจ หรือตะเกียงเจ้าพายุดู เมื่อปั๊มป์ลมมาก..ไฟจะลุกวาบ ตามจังหวะ
การปั๊มป์....
ปรับค่าการหายใจออก-หายใจเข้า ด้วยการตั้งค่ากลาง การกัก-กลั้น-อัด ใหม่ 
ด้วยการ...
เบ่งพุงให้ป่องสุด และ แขม่วพุงให้แฟบสุด
แล้วปรับพุงมาที่..ค่ากลางระหว่าง ป่องสุดกับแฟบสุด ...ใหม่ๆก็ต้องฝึกเกร็งรัดค่ากลางนี้ให้แน่น 
แล้วจึงหายใจออกหายใจเข้า อย่าให้พุงค่ากลางนี้กระเพื่อมตาม..
จะแก้ไขการกระเพื่อม ของเตโชธาตุที่มาของ ร้อน-หนาว ให้เป็นค่าเสมอ ได้ครับ.


Chai Jino    ขอบคุณครับ


Pom Pawat    ครูครับ การกักลม แบบนี้จะคล้ายกับการกักลมตอนว่ายน้ำไหมครับ


Atthanij Pokkasap  อาจแค่..คล้าย
เพราะ การกักลมอัสมิตา เป็นแบบจำลอง ของ สมาธิชั้น จตุตถฌาน(ฌาน ขั้นที่ ๔) ให้
ความแข็งแกร่งด้านกำลังกายและจิต มหาศาล ยั่งยืน กว่ามากมาย ครับ


Panu Wongpanuvut    พุงตึงอัตโนมัติ 


Atthanij Pokkasap  ปะทะซิกแพ็ค...ซิกแพ็ก แตกกระจุย


กักลมอัสมิตา กับ ภาพจำลองการทำงานของลูกสูบ



Atthanij Pokkasap



ดูภาพจำลองการทำงานของลูกสูบ....

แล้วย้อนมาดู การหายใจของตน...

เข้า-อัด-ระเบิด-ออก ...

เคยกันไหม..ที่จะหายใจ เข้า-เข้าสุด 

แล้ว กัก-กลั้น-อัด....ระเบิด ออก-ออกสุด

จังหวะที่หายไปทั้งชีวิต แทบทุกชีวิต

คือ เทคนิค กัก-กลั้น-อัด-ระเบิด ที่มาของ

"กักลมอัสมิตา" ครับ



Atthanij Pokkasap  ชีวิตของพวกไม่มี จังหวะอัด -ระเบิด หรือมีแต่องศาระเบิดผิดพลาด...ขี้โรค และหัวใจวายในขณะออกกำลังกาย ทั้งนั้น ครับ

Friday, February 1, 2019

ศาสตร์การแพทย์ของธิเบตและไทย




Atthanij Pokkasap 


หากไร้พื้นฐาน...
จุดแดง(สูรยะกลา)...จุดขาว(จันทระกลา)
และ พิกัดแยกสมมาตร..สุศุมญา...
แห่งเส้นปธาน ๑๐
ศาสตร์การแพทย์ของธิเบต (และไทย)
ก็ใช่ว่า..ใครก็จะมาเรียนรู้เอาได้โดยง่าย...
เชื่อ..นักวิทยาศาสตร์..ไหม?!


   Science Finally Proves Meridians Exist

   By Azriel ReShel on Wednesday April 20th, 2016

   What the Merging of Spirituality and Science means for you

   “In every culture and in every medical tradition before ours, healing was accomplished by moving energy.” – Albert Szent-Gyorgyi, Biochemist and Nobel Prize Winner.

   For centuries the ancient wisdom keepers and healers in several traditions had a keen understanding of the energetic body. The healing traditions from China, India, Japan and Tibet, as well as other countries all spoke of energy channels, meridians or nadis along which the vital energy flowed.

Life was considered to be a bio-electrical and vibrational energy phenomenon and so health revolved around balancing energy through various means. Life existed because of life force and energy running through and animating the body, ensuring we can move, breathe, digest food, think and even feel.


Energy channels

This vital life force or chi, is composed of two kinds of forces, yin and yang, and flows along a sophisticated network of energy pathways, or highways, circuiting the body. Over 2000 years ago ancient cultures knew of the existence of these energy channels. They were called ‘sen’ in Thailand, ‘nadis’ in India, ‘meridians’, ‘channels’ or ‘vessels’ in China and Japan, and ‘channels’ in Tibet. In India, where many eastern healing arts developed, there were said to be 72 000 nadis or energy pathways. Disease is believed to be a blockage in the energy flow of these channels. A range of healing traditions, including acupuncture, acupressure, massage and yoga, are founded on the principle of the existence of energy channels or pathways, known as meridians, or nadis, running around the body in an expansive network.
While it may seem a little airy fairy to some to consider the energy body while we have flesh and bone, at source we are an energy field, embedded into another energy field. Our bodies are electromagnetic in nature and science has measured these frequencies with advanced machines, like EKG’s and MRI scanning, for many years. Numerous studies demonstrate these energy pathways and points conduct electricity even when needles aren’t used. And the massage technique of Shiatsu have been found to stimulate the same energetic effects. Similarly, Qigong,Tai Chi and the postures of yoga, have been found to increase electrical conductance at acupoints, yet science never believed in the existence of meridians until now.



Scientific research
Recently scientists at Seoul National University confirmed the existence of meridians, which they refer to as the “primo-vascular system.” They say that this system is a crucial part of the cardiovascular system.

Previously, North Korean scientist Kim Bong-Han proposed that he had found meridians in the early 1960’s.  Dr Kim Bong-Han showed over 50 years ago that new tubular structures exist inside and outside of blood vessels and lymphatic vessels, as well as on the surface of internal organs and under the dermis. He believed they were the traditional meridian lines. The meridians were called Bonghan ducts or channels, after his research, but now the existence of this system in various organs has been corroborated by further research.

The current Korean researchers now believe the primo-vascular system is in fact the physical component of the Acupuncture Meridian System. And it has also been suggested that this system is involved in channelling the flow of energy and information relayed by biophotons (electromagnetic waves of light) and DNA.



The Korean scientists studying oriental medicine with biophysical methods injected a special staining dye which coloured the meridians. By injecting the dye onto acupuncture points, they were able to see thin lines. These did not show up at non-acupuncture point sites where there are no meridians. The researchers discovered that the meridian lines are not confined to the skin, but are in fact a concrete duct system through which liquid flows, and that this liquid aggregates to form stem cells.

Previously, scientists used a combination of imaging techniques and CT scans to observe concentrated points of microvascular structures that clearly correspond to the map of acupuncture points created by Chinese energy practitioners in ancient times. In a studypublished in the Journal of Electron Spectroscopy and Related Phenomena, researchers used contrast CT imaging with radiation on both non-acupuncture points and acupuncture points. The CT scans revealed clear distinctions between the non-acupuncture point and acupuncture point anatomical structures.



The meridian system

There are 12 primary paired meridians and two single mid meridians, six yang and six yin. The yang meridians run down the body and the yin meridians flow up the body. Each meridian is also related to an element. Each meridian is most active at a certain time of the day or night and each meridian is influenced by an element or season.

The nature of meridians, in their elemental structure, and as vessels for the life force, show the intricacy and profound connection of our body at a cellular level, to the universe. We are intimately connected by the elements, energetic structure and flow of energy, to all life, at a cellular, physical level. Our earth is also said to have energetic pathways or ley lines, akin to meridians.







บุ๊ง ฟิสิกส์    ใช่ครับ ผมไม่มีความชอบวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จอมปลอม แอบอ้าง ความเป็นเจ้าของ


Atthanij Pokkasap  อเมริกัน ตื่นตัวรับ พระพุทธศาสนานิกายลามะอิสม์หรือวัชรยานธิเบต ตั้งแต่ กลางคริสตศตวรรษที่ 20 ด้วยการสื่อความหมายที่เหมือนๆ วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ และที่ฝรั่งไม่มีเลย...วัชรยานที่อเมริกันนี้ถือว่า มั่นคงมาก เพราะฝรั่งเขาใช้ศึกษาควบคู่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า แตกต่างจากเอเซียอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งโลกไม่มีใครรู้หรอกว่า
พุทธตันตระสยาม มีคัมภีร์ แบบเดียวกับธิเบต และมีมากกว่า ละอียดลี้ลับกว่าด้วย ครับ


Atthanij Pokkasap  ปราณของจีนหรือที่เกาหลีนี้อ้างก็เถอะ กับ สมาธิของญีปุ่น..พัฒนาแตกออกไปจากพุทธทั่งนั้น แต่คัมภีร์ลี้ลับที่สุด มีเฉพาะ ธิเบต และสยาม เท่านั้น



พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก...จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบน้ำดี (ปิตตะ)




Atthanij Pokkasap 


พวก แยกแยะ ดี- ชั่ว, ควร-ไม่ควร ไม่ออก
พวกปราศจากความละอายต่อบาป
ในทางการแพทย์แผนพุทธเพื่อกรรมฐาน
จัดเป็นพวกมีปัญหาที่ระบบ น้ำดี(ปิตตะ)
จะเรียก ปิตตะกำเริบ หรือปิตตะหย่อน
ปิตตะพิการ แล้วแต่กรรมที่กำลังแสดงออก
และบั้นกลาง บั้นปลายของชีวิต...คือ
โรคสันนิบาต ที่หมายถึง วาตะ-ปิตตะ-เสมหะ กำเริบเป็นพิษ ทั้งหมด...
อ่านโรคจากกรรมและสันดานที่กำลังแสดงออก...ได้ไม่ยาก เลย
สำหรับสัตว์ที่เกิดมาเพื่อก่อกรรมสร้างนรกไว้บนแดนดิน
สิทธิการิยะ
เมื่อเป็นโรคกรรมจากสันดาน
แพทย์ใด หมอใด ไปรักษาอาการไข้
ให้สัตว์ผู้นั้น ก็ดูดซับกรรมชั่วของสัตว์ผู้ไข้นั้นมาด้วย แล ฯ



Atthanij Pokkasap  พวกพาหิระลัทธิ...เอามาทำไม ?!!

Chanasorn Suadprakorn    พาหิระ คืออะไร อ.

Atthanij Pokkasap  นอกศาสนาพุทธ

Chanasorn Suadprakorn    เห็นเขาลอยตัวได้ง่ะ แสดงว่า มีฤทธิ์

Happy Joe    เจอเข่าลอยท่านปรมาจารย์...ไม่อยากคิด

Atthanij Pokkasap  เคยฝึกโยคะสายนี้มาตั้งแต่ตอนเด็กแล้ว

Chanasorn Suadprakorn    ลุงดำ ฝึกเองหรือครับ

Atthanij Pokkasap  ใช่ฝึกจากคัมภีร์ โยคะของแขก พ่อประจวบแปลและทำเล่นๆ กับลูกๆ ตอนก่อนนอน ประจำ..ตอนงานท่านยังไม่เยอะ

Happy Joe    คัมภีร์ท่านมีบันทึกไว้ที่ไหนหรือไม่ขอรับ..เว้นสมองของท่านอาจารย์

Atthanij Pokkasap  หนังสือท่านซื้อไว้เต็มสามทาวน์เฮาส์...ผมงอล..ทั้งที่ขอไว้ล่วงหน้าแล้ว สุดท้ายไม่ได้เอามาเลย

Chanasorn Suadprakorn    ลุงงอนพ่อจวบ หรอ

Happy Joe    น่าเสียดายยิ่ง แต่จำเพาะของ อ. ก็มากแล้ว โปรดเมตตาจดจารึกไว้ด้วยเถิด

Chanasorn Suadprakorn    ย้อนอ่านเม้นแรก 5555

Atthanij Pokkasap  สังคมประเทศไทยวิบัติเป็น ขี้โรคเอเซีย เพราะ...สร้างโรงงานผลิต พวกวิปริตนี้โดยตรง ครับ

Atthanij Pokkasap  เข้าใจกันเสียทีนะครับ...
เราจะไม่พูดดีกับพวกปัญญาวิปริต จิตวิปลาศ

Atthanij Pokkasap  มีสิทธิแยกแยะและตัดสินด้วย...ว่า มันใช่-ไม่ใช่ เพราะศึกษามาจากคัมภีร์ ออริจินัลของโลก

Chanasorn Suadprakorn    ครับ

Yutthana Sirisilp    อยากลอยได้มั่ง