Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Sunday, October 11, 2015

๔๙.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-








*** คุณคิดว่าโฆษณาทางทีวีพูดความจริงสักกี่ส่วน?

by นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต ปิโลติ on Monday, November 5, 2012 at 5:32pm 



๑.โฆษณาอาหาร
-หลายครั้งที่เราเห็นอาหารชิ้นโต  สีสันสดใส  ดูน่าซื้อ น่ากิน   แต่! พอซื้อมาแล้ว  มันหยอง  สีตุ่นๆ แห้งเหี่ยวยวบยาบไม่ดูดีดั่งในโฆษณาเลยสักนิด(สุนัขกับเงา!)    แต่ผู้บริโภคก็เอาผิดไม่ได้(บ่อยครั้งที่ไม่คิดจะเอาผิด ("ช่างเถอะไหนๆก็ซื้อมาแล้ว กินๆไปเถอะ!")    เพราะภาพในโฆษณามีตัวหนังสือเท่ามดที่มุมจอว่า "ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น" (ถุย!)


๒.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
-เทคนิคนึงในการตอ...เอ้ย!..โฆษณาที่ใช้คำกำกวมอันเป็นสโลแกนยอดฮิตว่าช่วยให้ "ผิวกระจ่างใส" และตามด้วยภาพยอดฮิต  คือภาพคนโดนของ...เอ้ย!...คนหน้าหมองที่ค่อยๆขาวขึ้นทีละสเต็ป      
หากหลับตาฟังสักนิดจะรู้ว่า  มันไม่ได้บอกว่า "ช่วยให้ผิวขาว"  แต่มันบอกว่า "ผิวกระจ่างใส(ถึงบอกว่าใช้แล้วขาววอกยังมีคำว่ากระจ่างใสต่อท้ายอยู่ดี!)"   ทำให้คนดูคิด(เพ้อ)ไปเองว่าใช้แล้ว "ผิวขาว" (ตื่นซะนะลูกนะ)    
อีกอย่างภาพคนที่มายืนเรียงไล่ระดับสีผิวกันเป็นตับนี้     ตอนส่งเอกสารขออนุมัติออกอากาศ  ก็อาจเขียนแค่ว่า "เป็นภาพคนยืนเรียงกัน" โดยไม่เอ่ยคำว่า "ผิวขาว" เลย! (ถึงเขียนอะไรไปมันก็คงไม่อ่านอยู่ดีแหละ)


๓.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม/บำรุงสมอง(เยอะมากในยุคนี้)
-หนึ่งในเทคนิคการโฆษณาที่ทำให้ผู้มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี(รึมากกว่านั้น)  คิดว่า  กินแล้วจะฉลาดปราดเปรื่องประดุจดั่งได้กินโอสถทิพย์ของไท่ซ่านเหล่าจิน   รึไม่ก็ได้กินเศษศิลาแตกจากเทือกเขาฮัวกั่วซาน กินแล้วรู้สึกมีกำลังวังชามอำนาจเหนือจินตนาการดุจได้ครอบครองลูกแก้วสี่วิญญาณ(ใครดูอินุยาฉะ ยกมือ!)   รึได้กินยาอายุวัฒนะน้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์   ซึ่งเป็นเทคนิคง่าย(ที่หลอกได้หลอกดี) เช่น
การเอานักแสดง(ที่หน้าตาดูไม่โง่)มาใส่ชุดกาวน์แบบหมอ     แล้วออกมาพูดให้คนเข้าใจไปเองว่านี่คือหมอ(อย่ากินหญ้านะลูกนะ)     แล้วก็มีภาพสินค้าตามด้วยภาพเด็กกำลังคิดเลขอย่างคล่องแคล่ว(คำเตือน ควรดื่มไม่เกินวันละ ๒ ขวด เด็กและสตรีมีครรภ์ บลาๆๆ...)      
ทานโทษมันบอกตอนไหนว่า "กินแล้วฉลาด คิดเลขเก่ง"    มันแค่เอาภาพมาตัดแปะกันเท่านั้นเอง   แล้วคนดูก็เพ้อต่อไปเองว่า "ผลิตภัณฑ์นี้  หมอ(ตี๋)แนะนำให้แด่...เอ้ย!...ดื่มแล้วลูกจะฉลาด"  ทั้งๆที่โฆษณาไม่ได้พูดอะไรเลย(กินหญ้าดีกว่ามั้ย?)

และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่อวดอ้างสรรพคุณไว้สูงล้ำเกินคนธรรมดาจะเข้าใจนั้น   ถึงจะแปะโลโก้ อย. ไว้ก็ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะให้ผลตามโฆษณา   เพราะการมี อย. แปลว่า "กิน/ใช้แล้วไม่ตาย" ก็แค่นั้น

ทานโทษ(อีกที)  นักโฆษณาบางทีไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถอะไรเลยก็ได้   แค่คิดหาวิธีทำให้คนดู "คิดไปเอง" ตามที่นักโฆษณาต้องการโดยไม่ผิดกฎหมายแค่นั้นเอง
วันนี้เป็นอะไรนะเรา  พิมพ์ผิดบ่อยจัง


(ไม่ได้เคืองกันเป็นการส่วนตัวนะแจ็ค  มันก็เป็นแค่เรื่องธุรกิจ-ลอร์ดคัตเลอร์ แบ็คเก็ต)



Atthanij Pokkasap  จะเอาอันสวยๆในตู้โชว์มะ..ล่ะ อันนั้นเก็บเป็นปีก็ไม่เสีย.. ผู้บริโภคที่ฉลาดต้องพึ่งตัวเองให้มาก หน่วยงานอะไรต่ออะไรนั่นมันแค่แนวกันไฟของ..ของ..? นู้นนน...ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ ปชช.ทั่วๆไปเลย...


นาคเฝ้าคัมภีร์     ฉลาดกันนัก ประชาชน



๔๘.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.












*** Yakkhanugann shared a link. 14 hours ago


...หลายคนที่เคยดูหนังยิปมันนั้นอาจจะสงสัยในเรื่องของการที่คนๆเดียวจะสับคนนับสิบแบบรุมเข้ามาทุกทิศทุกทางได้อย่างไร เรื่องนี้ท่านอาจารย์ยิปมันได้บอกเอาไว้ว่า หลักของมวยชนิดนี้นอกจากออกหมัดเร็ว ตรง สั้น เน้นทำลายบาลานซ์ และใช้พลังหรือสรีระของมนุษย์แบบทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เคล็ดลับของมวยหย่งชุนก็คือ การใช้หมัดสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะมาทางไหน หมัดทั้งสองเปรียบเสมือนเรด้าร์ที่จะรับรู้การเข้าทำของคู่ต่อสู้ หลักและการฝึกฝนการรับรู้คู่ต่อสู้โดยการสัมผัสนี้เรียกว่า ชี่เสา (Chi Sao Cantonese chi1 sau2, Mandarin chishou)


ชี่เสานี่ไม่ใช่ความฟลุ๊ค แต่เป็นเรื่องของการฝึกฝนจนกระทั่งเกิดความชินและทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาที่โต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะฉะนั้นเวลานั่งดูยิปมันรอบที่เท่าไหร่ก็ตามจงรู้ไว้เถิดว่า นี่คือของจริงและเป็นกังฟูที่สัมผัสได้และใช้ได้จริงมากที่สุดชนิดหนึ่ง...






Atthanij Pokkasap  สติอันเดียว(ที่ฝึกมาดีแล้ว)เหลือเฟือครับ ถ้าหลังพิงฝา มันเข้ามาได้อย่างมากก็ 4 คน เพราะมันต้องเบียดพื้นที่กันเองเข้ามาเล่นงานเราคนเดียว ผมเจอมาแล้ว คนเดียวเดินต้อนมัน ๕ คนจนมันถอยเข้าบ้านพ่อมันถือพร้าและปีนลูกซองรอ...ลูกศิษย์(เจ้าอ้าย)ตะโกนบอก พี่หนาน..พี่หนาน บุกเข้าไปในเขตบ้านมันแล้ว จึงต้องถอยออกมา ก็พวกมัน ต่อยมาเราก็เอาศอกกระแทกรับ มันเตะมาก็เอากระดูกเข่ารับ มันถีบเข้ามาก็เอาศอกกระแทกปัด มันฟันมีดลงมา ก็เอาง่ามมือกระแทกแขนใต้ด้ามมีด มีดก็หล่น...โอ้ยหมาหมู่ทั้งหมด ขี้ขลาดครับ...หมาหมู่จริงๆ(หมาสวน) ๑๗-๑๘ ตัว ผมไล่ฟาดกระเจิงทั้งสวนมาแล้ว...คนมันใจเสาะหว่าหมาเยอะครับ!!!


Atthanij Pokkasap  ยังไม่ทันตอบโต้อะไรมันเล้ยยย...


Atthanij Pokkasap  ชีวิตจริงผม..เจอความป่าเถื่อนมาเยอะพอ...ไม่เคยมีเวลารู้จักไอ้อีสมองฝ่อหอคอยงาช้างหรอก....ครับ


Mareep   อาจารย์นี่ครบรสชาติจริงๆ...ผมเคยเจอคนตัวใหญ่มันท้าเอา...แหยงๆไม่กล้าเท่าไหร่...เรื่องสู้รบนี่ผมไม่ประสาเอาเลย...ก็เลยชอบเรื่องนีเหมือนในจิตใจมันอยากเอาชนะ...แต่ได้แต่จินตนาการเอาและชอบอ่านเรื่องวิชาต่อสู้พวกนี้...เลยสงสัยเหมือนกันว่าไอ้หมัดมวยพวกนี้มันโม้เกินจริงหรือเปล่า...เพราะถึงต่อให้ฝึกดีแค่ไหน...ไปเจอคนหมาหมู่หรือคนตัวใหญ่กว่ามากๆ...ก็น่าจะเอาไม่อยู่...


Atthanij Pokkasap  มวยอาชีพ เพื่อนผมหลายคน ถูกแทงตายในซ่องครับ...แต่มวยเฮฮาเพื่อนพวกมวยอาชีพอย่างผมเป็นต้น...ชั่วร้ายกว่าโก๋ในซ่องครับ...เพราะผู้หญิงในซ่องยอมสู้แบบร่วมด้วยช่วยกัน...แม่เล้าเกรงใจ...โก๋เลยถอย...


Mareep   อาจารย์เอ่ยถึงเรื่องซ่องทำให้ผมคิดถึงศีลข้อ 3 ที่เพื่อนผมและใครๆเคยเถียงกันว่า...การไปเที่ยวแบบนั้นมันผิดศีลข้อ 3 หรือเปล่า...แต่มุมมองของผม...ไม่น่าจะผิดนะ...เพราะสังคมอนุโลมตามพอควร...เราไม่ได้ข่มขืนใคร...และเป็นการยินยอมโดยผ่านการแลกเปลี่ยนทางการเงินแล้วหรือมีแถมโปรโมชั่นก็ว่ากันไป...อาจารย์เลยเอาเรื่องปรทารกกรรมมาเขียนถึงไว้...


Atthanij Pokkasap  เมื่อมีเมียแล้วถือว่า ผิด ครับ ไม่มี...ก็ไม่ผิด...แต่การชอบเรื่องอย่างนี้ โอกาสไปเกิดเป็นตัวโลน..สูงมาก...แล้วจะหาว่าไม่เตือน...


Atthanij Pokkasap  ตรรกะจากภิกษุหวงจีวร แล้วไปเกิดเป็นเล็นเฝ้าจีวร...วิ่งพล่านไปทั่วตะโกนภาษาเล็นว่า ของกู..ของกู ...ของกู...งัย...


Mareep   555...ไม่ใช่ผมนะครับ...เพื่อนมันชอบเรื่องพวกนี้มากจนกลายเป็นวิถีชีวิตไปเลย...


Atthanij Pokkasap  ผมเนี่ย แฟนคลับหมอนวดเค้าเรียก นิชหน้าฮี๋ ครับ...


Atthanij Pokkasap  พระนางมัลลิกา มเหสีพระเจ้าปเสนทิโกศล สวรรคตด้วยจิตฟุ้งซ่านที่ทำสันถวะกับหมาหน้าพระราชวัง  เพราะพระนางระลึกชาติได้(เป็นถึงสกทาคามิ...!!!) ว่าหมาเป็นอดีตผัวเก่าเมื่อสามชาติที่แล้ว   เกิดมาสามชาติไม่ได้เสพกามเลย...ด้วยความสงสารเลยให้ซะทีหนึ่ง....ผลไปเยี่ยมอเวจี ๗ วัน(โลกมนุษยฺ)แล้วไปอุบัติที่สวรรค์ชั้นดุสิต...เรื่องอย่างนี้ผมน่าจะเรียนรู้และเรียนลึกกกก...กว่าใครในโลกวันนี้นะ....


Mareep   ผมสงสัยเรื่องนี้มากเลย...ยังนึกว่าเขียนแต่งเข้าไปเพื่อดิสเครดิตอะไรหรือเปล่า...


Atthanij Pokkasap  ไม่ครับ...เป็นเรื่อง ความกรุณาที่ไม่เอื้อประโยชน์...ตะหาก...ผู้หญิงแท้ๆ(ต่อเนื่องกว่า ๕๐๐ ชาติขึ้นไป จะมีจิตใจกรุณาแบบนี้กันครับ


Mareep   แต่ถ้านางเป็นอริยะบุคคลอย่างที่อาจารย์บอก...ก็ไม่น่าทำแบบนั้นเลย...แถมตกนรกอีกต่างหาก...พระอริยะยังตกนรกหรือเป็นการเปรียบเทียบภาวะจิตของนางเท่านั้น...


Atthanij Pokkasap  และใครที่ไปทำกรรมหนักกับหญิงแท้ๆพวกนี้เข้ากรรมหนักกู่ไม่กลับเป็นที่มาของ ปรทารกรรมที่หนักที่สุดอย่างที่นันทมาณพลูกลุงของท่านพระอุบลวรรณาเถรี....


Atthanij Pokkasap  ย้ำ ๗ วันโลกมนุษย์ครับ วิ้วว....เดียวเองไม่ทันร้อนด้วยมั้ง..



Atthanij Pokkasap  อริยบุคคล..ไม่ใช่บุคคลที่เรา..ที่เป็นปุถุชนจะไปตั้งมาตรฐาน เข้าข่าย ฌานวิสัยในอจินไตย ครับ



Mareep   คงจะเร็วจนไม่ทันรู้สึกร้อนมั้ง...อดแปลกใจไม่ได้ครับ...ถ้าใครที่ไม่เคยรู้จักอาจารย์มาก่อนแล้วมาอ่านตรงนี้ผมว่ามีวงแตก...



Atthanij Pokkasap  ก็ต้องใช้..ออริจินัล ๓ เล่มด้วยกันยืนยัน แต่กระบวนการเรียนรู้ธรรมของไทยวันนี้...ส้นตีน น่ะครับ ไม่มีราคาต้องให้เกียรติใดๆเลย....



Mareep   ภาษาสมัยนี้ต้องร้อง...สวดยอด...


Atthanij Pokkasap  ^ ^


Mareep   แปลกนะอาจารย์...ตำราบอกว่าวัตถุต้องห้ามหรือผู้หญิงทั้ง 20 ประเภทที่ต้องห้ามในศีลข้อ 3...ผมก็เข้าใจว่าเป็นที่ต้องห้ามสำหรับชายโสดและไม่โสดทั้งหมด...ส่วนผู้หญิงนั้นถ้าจะทำผิดข้อนี้ก็เฉพาะแค่ 10 ประเภทเท่านั้น...




* Illustration  :  อ.อัตถนิช โภคทรัพย์ (Teacher. Atthanij Pokkasap)  


๔๗.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-











*** mareepnnag posted to Atthanij Pokkasap Yesterday 

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มรับเอาอารยธรรมจากชมพูทวีปช่วงไหนกันแน่ครับอ่านหนังสือหลายเล่มแล้วมันงงปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ค่อยได้




Atthanij Pokkasap  ไม่มีครับ..มีแต่ต่อยอดและรักษาอารยธรรม ที่มาพร้อมกับข้าวเจ้า(สุวรรณภูมิกินข้าวเหนียว ครับ) พระภิกษุอินเดียใต้ที่เอาศาสนาพุทธเข้ามา เป็นเชื้อสายปาร์เธียนส์แบบท่านอันสิเกาที่ไปจีน คือเป็นชาวเอเชียกลาง ปาร์เธียนส์เป็นที่มาของราชวงศ์ปัลลวะในอินเดียใต้ ราวพ.ศ.๘๐๐ เศษ แล้ว ปัลลวะเป็นต้นตระกูลราชวงศ์พระร่วง(สุโขทัย) กับราชวงศ์วรมันแห่งศรีจนาศะ(โคราช)อยู่นอกประวัติศาสตร์ที่พวกมันเขียนทั้งหมด..ครับ



Atthanij Pokkasap  รู้ประวัติความเป็นมาของข้าวเจ้า ถึงจะเจอความจริง ครับ ใครที่มันเขียนประวัติศาสตร์แล้วไม่เคยเอ่ยถึงข้าวเจ้า มันไม่รู้อะไรทั้งนั้น...ทวารวดีมันก็เอาแต่มอญ หลักฐานทวารวดีลาวและเจนละบก(รวมเรียก ศรีโคตรบูรณ์) ก็มี มันก็ไปไม่เป็นแล้วว...ทวารวดีเขาอยู่กันแบบสหพันธรัฐมันก็ไม่รู้เรื่อง ยกให้มอญหมดทั้งที่มอญมาพึ่งสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงแท้ๆ...มอญมาพึ่งครับ ไม่ใช่สยามไปพึ่งมอญ..ทุกเรื่อง...ด้วย...



Atthanij Pokkasap  ต้องทำความเข้าใจฟูนานใหม่หมด...ไม่ใช่มั่วเป็นพนม(PHnom)มันต้องเป็น โพธิสารหลวง และ ฮุดน้ำ..หรือฝ่อหนาน...แดนพุทธทักษิณ ซึ่งเริ่มพุทธศตวรรษที่ ๖ และ ๙ สองรอบ เป็นรากฐานของ "ร่มพระบรมโพธิสมภาร" กับความเป็นมาของ "ข้าวเจ้า"ที่นักปราชญ์วรรณะกษัตริย์ชาวพุทธโบราณเป็นผู้นำมา...พราหมณ์นั้นนำมาโดยจามและมลายูที่เป็นไศวนิกายและไวษณพนิกายเป็นสายหนึ่งของชนเผ่าฮั่นแบบเกาหลี ประวัติศาสตร์ต้องเดินเคียงกันกับหลักฐานทางโบราณคดีและความเชื่อหลายๆเรื่องของแต่ละท้องถิ่น ไม่ใช่ออกมาจากการคิดเอาเองของฝรั่งเศสและนักปราด รัตนโกสินทร์ ครับ



Mareep    มาพร้อมกับข้าวเจ้านี่น่าสนใจมากๆ...แต่เดิมคิดว่ากินเข้าเจ้ากันมาแต่ดั้งเดิมหมด...มีที่มาอย่างไรและเกี่ยวกับตำนานข้าวโบราณที่ว่ามีขนาดใหญ่มากและเข้ายุ้งเองได้ด้วยอย่างไร...



Atthanij Pokkasap  ก็ขนาดท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ยังมีธุรกิจข้ามทะเล(ค้าขายกับสุวรรณภูมิ)เลย...เรื่องความรุ่งเรืองของสุวรรณภูมิ ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด พระพุทธศาสนาต้องรอราชาแห่งซัยเธียนส์มาเป็นอุปถัมภก...จึงสามารถเข้ามาเผยแผ่พระศาสนาได้..ไม่ง่ายอย่างที่นักประวัติศาสตร์มักง่ายมันเขียน..ครับ



Atthanij Pokkasap  จำ สัมพัทธภาพ แห่งเหตุการณ์ให้ดีๆ..พระพุทธศาสนาสร้างเหตุการณ์ตลอดลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมือนที่สร้างแม้น้ำคงคาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของอารยันในชาดก และสร้างลุ่มแม่น้ำสินธุกะคันธาระให้เป็นดินแดนศักดิสิทธิ์ของซัยเธีบยส์นานาเผ่า ระหว่างพ.ศ.๓๐๐-๑๐๕๐



Atthanij Pokkasap  และรามเกียรติ์ชนชาติสยามสร้างลุ่มเเม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นดินแดนศักดสิทธิ์ของรามเกียรติ์ในแถบพิจิตร สระบุรี ลพบุรี ไปค้นหลักฐานกันให้ดีนะครับ เขาพนมโยงดินแดนเหมืองอัญมณี(สระบุรีหรือนครสวรรค์? ไม่แน่ใจ)อัญมณีเกิดจากการปะทะกันระหว่างทศกัณฐ์กับสดายุกลางอากาศ ทะเลชุบศรเอย.. บึงพระราม.. เอย...อีกเยอะแยะครับ ร่มพระบรมโพธิสมภารอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น.


Atthanij Pokkasap  ลายสือไทย...คือ สนธิสัญญาทวิภาคี ระหว่างพระพุทธศาสนาแคว้นวัชชีที่ไปเป็นสากลอยู่เอเชียกลางกับพระพุทธศาสนาดั้งเดิมแบบแคว้นมคธที่ศรีลังการักษาไว้ แล้วปฏิบัติการโยคะ(นางสีดา)ไปอยู่กับมหาฤๅษีชนเผ่าฮั่น ...ชนเผ่าฮั่นขับเคลื่อนพระเวทไศวนิกาย ไวษณพนิกาย เข้าสู่ลุมแม่น้ำคงคาโดย มิหิระกุละ ใน พ.ศ.๑๐๕๘ อินเดียรับรามายณะหลังเอเชีย ๗๐๐ ปี นักประวัติศาสตร์และนักวรรณคดีเลิกมั่วได้แล้ววว...

Atthanij Pokkasap  ปรากฏการณ์ไตรภูมิกับคัมภีร์สุริยยาตร์ ทำให้หมดความหวัง..พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องตำนานทั้งหมดครับ พวกที่ว่ารู้ๆนั่น รู้แค่ตำนานครับ ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว



Atthanij Pokkasap  เพื่อพิสูจน์ว่า.. พระพุทธวจนะ ในอุปาลิวาทสูตร ..ที่กล่าวถึง อานุภาพตบะฤๅษีสามารถทำให้อาณาจักรพินาศได้ในชั่วข้ามคืน...จากนั้นถ้าไม่จมลงในมหาสมุทรก็จะเป็นป่ารกหนา...จะพยายามพิสูจน์ให้ได้ครับ
เพราะนี่คือ พระพุทธวจนะ !!!
 





* Illustration  :  อ.อัตถนิช โภคทรัพย์ (Teacher. Atthanij Pokkasap)  


Saturday, October 10, 2015

๔๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.





46.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม












*** Banharn Pop posted to Atthanij Pokkasap 8 hours ago 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่เคยโดนน็อคด้วยอะไร นอกจากลูกเตะสูง ก้านคอที่เดียวหยุดเลย ไม่ถึงกับหลับ...แต่หยุดเคลื่อนไหว...แก้อย่างไงดี



Atthanij Pokkasap  ขบกรามให้แน่นสุด อึดลมหายใจอัดที่อก(ประมาณ ๓๐%) เก็บคาง แล้วเบียดเข้าวงในอย่างรัดกุมที่สุดเร็วที่สุด กระแทกด้วยศอกสั้น ซ้ายขวาด้วยจังหวะสั้นๆและต่อเนื่อง...(อาจต้องใช้ศรีษะเหวี่ยงขวิดเข้าช่วย)...ครับ โดนแล้วอย่าตั้งรับ ต้องรุกและเบียดแคบๆ แยกให้ขาซ้าย ขาขวา ของคู่่อสู้ถ่างออกจากกันให้ได้...


Atthanij Pokkasap  หลายๆคู่โดนแล้วเข้าแลกแต่ไม่มีหลักการ และเหวี่ยงศอกวงกว้าง ก็เท่ากับเปิดหน้าเปิดลำตัวรับการซ้ำเติม...จบเลย...


Banharn Pop    ใช่่ๆๆๆมีอยู่ครั้ง ทะลวงผมใหญ่เลยเปิดหน้า แล้วบุก ผมก็ตั้งการ์ด ถอยรับนะ พอจนมุมเลยสวนกลับ แค่หมัดเดียว มันหลับไปซะแล้ว แต่ เสียตรงลูกเตะสูง เพราะชอบมองแต่ขาเขา .....


Atthanij Pokkasap  มองขาก็ดีนะ พอคู่ต่อสู้เตรียมยกขาหน้าเราชิงเปิดเกมรุกเลย แต่การเปิดเกม ต้องเป็นการแยกการทำงานของขาหน้าขาหลังคู่ต่อสู้ออกจากกันให้ได้ เกมรุกจึงจะสมบูรณ์...ไม่งั้นเจ็บตัวครับ


Ren    ใช่ใช่ใช่...ตามที่อาจารย์บอก ลูกไม้มอญยันหลักพื้นๆก็ได้ผล อยู่ที่จังหวะ ใช้หัวแม่ตีนจิกไปที่ ลิ้นปี่..กระเพาะเยี่ยว หัวเข่าขายืน หรือไม่ก็เถรกวาดลาน..

* Illustration  :  อ.อัตถนิช โภคทรัพย์ (Teacher. Atthanij Pokkasap)  

๔๕.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.












*** Atthanij Pokkasap a few seconds ago  

ข่าวสาร จาก...พระอรหันต์ (สมัยพุทธกาล)

ตอน...คุณสมบัติของสมาธิในพระพุทธศาสนา

..... .....

๑. สมาธินี้ มีสุขในปัจจุบัน มีสุขเป็นวิบากต่อไป

๒. สมาธินี้เป็นอริยะ ปราศจากอามิส

๓. สมาธินี้ คนเลวเสพมิได้

๔. สมาธินี้ ละเอียด ประณีต ได้ด้วยการสงบระงับ บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น
    ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร

๕. มีสติจึง เข้าสมาธินี้ได้ มีสติจึงออกจากสมาธินี้ได้.


จาก สมาธิสูตร ข้อ(๒๗) ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ไตรปิฎก เล่ม ๒๒/๔๕




Atthanij Pokkasap  แท้จริง สมาธินี้ จะมีคนรู้จักโดยแท้จริงอยู่หรือเปล่าหนอ...??!
เห็น,ประจักษ์ มีการแอบอ้าง และพาดพิงถึงกันเสียเหลือเกิน....


Atthanij Pokkasap  อ่านเข้าถึงขนาดไหนสำนวนชาวพุทธโบราณ สุขในปัจจุบัน ปราศจากอามิส คนเลวเสพมิได้ ละเอียดประณีตด้วยการสงบระงับไม่ใช่ข่ม... มีสติจึงเข้าได้มีสติจึงออกได้....รู้เรื่อง-เข้าถึงจริงแล้วละหรือ??!


Mareep    ไม่รู้แบบนี้แน่นอนเลย...แต่ละคนจ้องแต่จะกำหนดอิริยาบถปัจจุบันแล้วท่องเอานึกเอา...ไม่ก็หายใจ 16 ขั้นเลยทีเดียวจากการอ่านหนังสือเล่มเล็กๆแบบเรียนลัด..


Atthanij Pokkasap  จิต เป็นพลวัตอยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการกระบวนการหายใจเข้า หายใจออกทั้งระบบภายนอก(จมูกถึงหัวใจ,ปอด)และระบบภายใน(Metabolism) ยังไม่รู้จักหายใจเลยไปกำหนดจิต...อุปาทานชัดๆๆๆๆๆ


Atthanij Pokkasap  ชี้ขุมทรัพย์ แต่ถูกตอบโต้ด้วยการกระแนะกระแหน แดกดัน..สูงส่งกันเหลือเกิน....


Atthanij Pokkasap  ลามะชั้นสูงของทิเบต ท่านจึงอุปมาไว้ว่า ลมหายใจ คือม้า จิต คืออัศวินผู้ขี่ม้า อยากพบอัศวินผู้ขี่ม้า(จิต) พึงควบคุมม้าเข้าให้ได้เสียก่อน...


Atthanij Pokkasap  ปัทมปาละ..คือชื่อเณรน้อยที่จับเหล่ามหาฤๅษีแห่งฮินดูกูฏ มาบวชในพระศาสนานับสิบๆตนเมื่อกว่า ๑,๒๐๐ ปีก่อนโน้น.....


Atthanij Pokkasap  หนีจากสังคมศาสนาแห่งหิมาลัยมาเกิดอยู่สุวรรณภูมิ จนตาราโพธิสัตว์อวตารมาตามตัวให้กลับคืนพระศาสนา....


Mareep    ก็เพราะไอ้การถือดีว่าของเราต้องแน่...ของเราดีที่สุด...สอนฝังหัวกันมาแบบนี้รุ่นต่อรุ่น...ผมเองเจอคำพูดคำสอนแบบนี้มาตลอด...นี่ล่ะพออาจารย์เทศน์แบบองค์รวม...พวกนี้เขาเลยรับไม่ได้...


Mareep    ตีความแบบไร้ราก...ไม่สนใจประวัติศาสตร์...ผมไปพูดให้เพื่อนฟัง...มันยังย้อนผมเลยว่า...ให้เอาเนื้อๆมาพูด...มันไม่สนใจประวัติศาสตร์...


Atthanij Pokkasap  คัมภีร์ออริจินัลไม่เคยสัมผัส แล้วมาแสดงอหังการ มมังการ ทั้งยกอหังการมมังการของตนให้เป็นของผู้ที่ขัดปัญญามืดบอดของตน....อเวไนย....จริงๆ


Atthanij Pokkasap  มันก็ไม่เอาพ่อเอาแม่มัน ไม่เอาลูกมัน ไม่เอาหำมันด้วย...


Atthanij Pokkasap  อย่างเพื่อนผม Sompong Ren ที่บอกว่าเคลียร์อดีตไม่จบ อดีตกินพื้นที่อนาคต ผมก็เทียบการเดินทางย้อนมิติของคนเหล็กอาร์โนล....งัย...คือต้องแก้โจทย์อดีตให้จบ...


Atthanij Pokkasap  ปัจจุบัน พระพุทธศาสนาล็อคค่าไว้ด้วย (ปฐม)ฌาน ดังที่สิทธัตถราชกุมารทำไว้เป็นหลักฐานงัย จิตปุถุชนไหนจะทันปัจจุบัน มันบ้าแล้ว...


Atthanij Pokkasap  ไม่มีความรู้เรื่องจิต ไม่มีความรู้เรื่องเวลา แล้วใช้อุปาทานกำหนดโครมๆๆๆๆ


Mareep    แต่ของเราเป็นการเดินทางทางจิต...หาใช่กายหยาบ...


Atthanij Pokkasap  ก็..เวลา มันเป็นโครงสร้างของจิต ตามที่ไอน์สไตน์เรียก Sbjectivity of Time งัย


Atthanij Pokkasap  หรือที่ ท่านพระนาคเสนวิสัชนา คิง เมนันเดอร์ว่า เวลา เกิดจากปฏิจจสมุปบาท...หนักเข้าไปอีก


Mareep    ก็อาจารย์เล่นสำนวนไซไฟซะขนาดนี้...พวกเฝ้าคัมภีร์เลยทนไม่ได้...แต่คนละพวกกะคุณนาคเขานะ...


Atthanij Pokkasap  หลักฐานตามเป็นจริง!!! วิทยาศาสตร์นิวตันล้าหลังชัดเจน...ช่วยไม่ได้


Atthanij Pokkasap  โครงสร้างไตรภูมิสร้างจากมิติเวลาต่างกัน ก็แสดงตามข้อมูล สร้างเรื่องขึ้นแต่ที่ไหน ซื่อสัตย์สิ..ซื่อสัตย์ต่อบันทึกโบราณสิ ทำกันไม่ได้ ผมก็ด่าว่าคอร์รัปชั่น ผิดที่ไหนล่ะ


Mareep    บ้านเราเดินตามมันไปเลยเหมือนถอยหลังลงรูลงคลอง...ล้าหลังเกินทน...


Mareep    อำนาจที่นักกินเมืองได้จากเราไปโดยมีไอ้นักวิชาการทั้งหลายสมรู้...ทำลายทุกอย่าง...แม้วัฒนธรรมอย่างมวยไทยยังโดนเอาไปทำปาหี่น่าทุเรศ...


Mareep    หลักวิชาพื้นฐานระดับชาวบ้านในการฝึกฝนพัฒนาจิตสรีระร่างยังโดนเอาไปยำซะเละ...นับประสาอะไรกับภูมิปัญญาชั้นสูงที่ถูกละเลย...


Mareep    ยุคด็อกขี้เท่อครองเมือง...แทะเนื้อหลังตัวเองไปวันๆ..


Atthanij Pokkasap  กูฏเวมานิกเปรต เปรต เปรต....


Mareep    ๔. สมาธินี้ ละเอียด ประณีต ได้ด้วยการสงบระงับ บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร...ตรงนี้พออธิบายได้มั้ยครับ..."บรรลุได้ด้วยธรรมเอกผุดขึ้น ไม่ใช่การข่มธรรมที่เป็นข้าศึก ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป็นสสังขาร"???...


Atthanij Pokkasap  ตามความเข้าใจและประสบการณ์ฝึกจิตของผม นี่หมายถึง สัมมาสมาธิ(รูปฌาน ๔) ครับ รูปฌาน ๔ คือวิธีการพิสูจน์ค่าปัจจุบันที่ประสิทธิภาพสูงสุด คือ สุขที่ไม่อื่นใดเหนือกว่า(โดยเฉพาะ..สัมโพธิสุข) ที่เป็นเส้นทาง ที่พระอรหันต์เข้าแล้วออกสุดท้ายตอนดับขันธปรินิพพานด้วย


Atthanij Pokkasap  ไม่ข่มธรรมก็คือ "เป็นกลาง" ที่ลงในอิทธิบาท ๔ คือ

๑.ไม่ย่อหย่อนเกินไป

๒.ไม่ประคองเกินไป

๓.ไม่หดหู่ในภายใน

๔.ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก


Atthanij Pokkasap  นี่เป็นคุณภาพของจิตที่เป็นกลางที่ควรแก่งาน(กรรมฐาน)...บาทแห่งกิจสูงสุดในพระศาสนางัยครับ


Atthanij Pokkasap  คนละเรื่องกับไอ้นั่งสะกดจิตตัวเองด้วยประการทั้งปวง....


Mareep    ไม่ใช่ง่ายๆเลยซะนิด...ไม่ต้องนับเรื่องปฏิบัติให้เข้าถึง...เอาแค่อ่านให้เข้าใจก็สุดๆแล้ว...


Mareep    แต่ก็สมกับเป็นธรรมที่คู่ควรแก่การตรัสรู้ในปัญญาระดับสัมมาสัมโพธิญาณ...


Atthanij Pokkasap  ถ้าผมไม่มีภูมิหลังของอดีตชาติ ผมก็จะไม่รู้เรื่องเลย แต่ผมมีภูมิหลัง และถูก อัสตานิส กัษมาตัม ภิกษุชราจากฮินดูกูฏมาตามตัวถึงเชียงใหม่สะกดจิตถามธรรมขั้นสุดท้ายเพื่อการบรรลุของท่านก่อนดับขันธ์ครับ...ภูมิหลังประสบการณ์ผมเยอะมาก...ไม่มีสำนัก ไม่มีอาจารย์ นอกจากพระศาสดา...


Atthanij Pokkasap  คล้ายท่านหลวงจีนกั๊กเอี๊ยงอาจารย์ของจางซันฟัง...อ่านคัมภีร์ในหอใตรเกลี้ยงแล้วบรรลุไม่รู้ตัว...


Mareep    อาจารย์เนี่ยน่าจะถูกเรียกว่าพุทธทาส(ตัวจริง)มากกว่านะ...


Atthanij Pokkasap  ไม่ครับ ปัทมปาละ..ผู้พิทักษ์ดอกบัวครับ..ถูกต้องแล้ว...


Mareep    ภิกษุหรือนักบวชนานาชาตินี่ภูมิธรรมไม่ธรรมดาเลย...ประสบการณ์ตรงนี้ผมเองยังแทบไม่รู้เรื่องมากนัก...


Atthanij Pokkasap  ท่านอัสตานิส กัษมาตัม เป็นปาทานเผ่ากาลาช ผอมสูงถึงสองเมตร มากับ อวตารของตาราโพธิสัตว์ นำผมไปสะกดจิตย้อนอดีต ...ผมถึงรู้ว่า เณรน้อยกายสิทธิ์ที่เที่ยวทะเลาะเอาชนะมหาฤๅษีนับสิบๆตนให้มาบวชในพระศาสนา ชื่อปัทมปาละ แล้วก็ทิ้งหน้าที่หนีมาเกิดสุวรรณภูมิ...จนอวตารของพระตาราโพธิสัตว์ต้องมาเชิญกลับคืนพระศาสนาจะมีอยู่เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้....


Atthanij Pokkasap  ผมถึงเขียนประวัติพระพุทธศาสนาในเอเชียกลางไม่เหมือนใครในโลก....


Atthanij Pokkasap  เป็นการเขียนประวัติศาสตร์ที่อ้างถึงความสอดคล้องตามหลักฐานทางโบราณคดีล้วนๆ หรือแม้แต่ในสยามประเทศเอง...


Atthanij Pokkasap  ผมไล่ลำดับราชวงศ์โบราณต่างๆราวกับนับนิ้วเจ้าของ...


Mareep    ถ้าไม่มีภูมิหลังอย่างที่อาจารย์ว่า...คงทำไม่ได้แบบนี้...เพราะหลักฐานมีอยู่ให้ตรวจสอบได้จริง...ผมเลยทึ่งอึ้งเมื่อเจอข้อเขียนของอาจารย์...ไม่ผมคนเดียวหรอก...ผู้อ่านท่านอื่นที่ติดตามอาจารย์ก็คงสนเท่ห์เหมือนกัน...


Atthanij Pokkasap  ครับ...เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมรักและศรัทธาพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งใหญ่จนไม่รู้จะเปรียบกะอะไรดี...ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า ปกป้อง ปกป้อง ปกป้อง ความสูงส่งของพระศาสนาจะไม่ยอมให้ใครมาดึงให้ตกต่ำเลย...


Mareep    เพียงแต่พวกเขาไม่ได้มาติดตามต่อในเฟซแบบผมและคุณนาคหรือคนอื่นๆ...ผมยังคุยกะคุณ Fu ในเรื่องที่อาจารย์อ่านหนังสือมาเยอะอย่างพระไตรปิฎกจนหมด...มันเหนือคนธรรมดามากๆๆ...เหมือนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้เลย...


Atthanij Pokkasap  ตามบุคคลิกภาพของ...นาคอสูรพรหม ฤๅษี !!!


Mareep    หน้าที่ของอดีตท่านเณรน้อย...ยังไม่จบสิ้น!!!...


Atthanij Pokkasap  ฉะนั้นพอเห็นคำคมของคนแถวนี้เอะอะ ก็ให้ทิ้งอดีต...เลยทนไม่ได้ ทุกทีไป...


Mareep    เคลียร์อดีตไม่จบ อดีตกินพื้นที่อนาคต...ก็ต้องแก้โจทย์อดีตให้จบ...i see...


Atthanij Pokkasap  ขนาดองค์สมเด็จพระบรมศาสดา...ท่านยังต้องเคลียร์จนชาติภพสุดท้าย กับปุพพกัมมปิโลติเลย ปุถุชนอย่างเราๆท่านๆ เป็นใคร...ยังไม่เศษหนึ่งในหมื่นล้านของเสี้ยวธุลีบาทของท่านเลยยย...


Ren    ไม่แก้แล้วว่ะ เงื่อนไขมันเย๊อะ แก้ไม่ถูกทางมันก็เหมีอนลิงหว่านแห เอาแบบเติมน้ำลงในเกลือมากๆเข้าถึงจะมีเกลืออยู่มันก็ไม่เค็มแล้วไช่ไหม ระวังอย่างเดียวอย่าให้น้ำแห้ง


Atthanij Pokkasap  ไปหา แห้งชาม น้ำชาม มากินดีกว่า ไป๊...


Ren    เอออออ..จะกินด้วยมั๊ย..จะทำเผื่อ..แซบนาาาา


Atthanij Pokkasap  ดี..เพื่อน!!!





๔๔.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.














*** Atthanij Pokkasap 16 minutes ago 

ข่าวสาร จาก ...พระอรหันต์( สมัยพุทธกาล)

ตอน ( บอกต่อ)...นี่ล่ะโว้ย...! ความเป็นกลางของจิตที่ควรแก่การงาน ตามคำสอน ของพระพุทธศาสนา...

..... .......

...(ฉันทะ, วิริยะ, จิตตะ, วิมังสา) สมาธิปธานสังขารของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก

เธอมีความสำคัญในเบื้องหลังเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น


...เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น

....กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น


...เธอมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อิทธิบาท ๔ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก.


จาก ข้อ(๑๑๔๗) มหัปผลสูตร มหาวารวรรค สังยุตตนิกาย สุตตันตปิฎก ไตรปิฎกฉบับหลวงเล่ม ๑๙/๔๕




Atthanij Pokkasap  เป็นกลาง, พอดี ท่านใช้กับจิตที่ควรแก่การงาน(กรรมฐาน)รองรับงาน คือ วิชชา ๓, อภิญญา๖, วิชชา ๘, วิโมกข์ ๘, อภิภายตนะ ๘ คร้าบบบ...พวกนักปาดดด...ขี้ฉ้อทั้งหลาย...


Atthanij Pokkasap  ปุุถุชน มันจะไปมีความเป็นกลาง ไปมีความพอดีได้แต่ที่ไหน...มักง่าย ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การงาน ต่อตนเอง และต่อสาธารณชนที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ ชัดๆ....อ้างธรรมชั้นสูงมารองรับความมักง่าย กันอยู่ได้....นรก....!!!


Mareep Nnag Yakkhanugann    เพราะคนชอบไปแปลว่าอุเบกขาคือการวางเฉยด้วยเปล่าครับ...เลยอะไรๆก้ให้วางเฉย...มีอาจารย์บางท่านกล่าวว่าอุเบกขาเป็นปัญญาชนิดหนึ่ง...


Atthanij Pokkasap  ครับ อุเบกขาเป็นของพรหม ชื่อเต็มของพรหมวิหาร คือ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)เจโตวิมุตติ คือเป็นคุณภาพจิตที่พ้นไปจากกามคุณแล้ว ถ้ายังเวียนว่ายอยู่ในกามคุณมันต้องพูดหน้าที่วัตตบท ๗(ของพระอินทร์) ไม่ใช่คุณธรรมของพรหม...ครับ ออฟไซด์กันมาหลายชั่วคนแล้ว...


Atthanij Pokkasap  แปลตรงๆย้อนจากหลังมาหน้า เช่น จิตพ้นจากการครอบงำของกามคุณแล้วเป็นเมตตา เป็นกรุณา...มุทิตา อุเบกขา...มันคอร์รัปชั่นกันมาตลอด......