Loading...

Saturday, January 14, 2017

78.Breaking Dharma PART 77





Breaking Dharma PART 77...!!!
....


ตอน มาตรา เวลาสัมพัทธ์


เคยบอกเล่าไว้แล้วในหลายๆที่ ว่า พระพุทธศาสนา..
คือศาสตร์ว่าด้วยการค้นพบปรากฏการณ์เวลา
และรู้เทคโนโลยีว่าด้วยการควบคุมสนามเวลา
โหราศาสตร์ไทย คือภาคคำนวณของพระพุทธศาสนา
ที่คำนวณมาจากโครงสร้างปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในไตรภูมิ
ไม่ใช่ท้องฟ้า ตามความรู้แบบดาราศาสตร์สากลทั่วไป

ฉะนั้น..จึงขอน้อมเตือนว่า...
นอกจากวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 แล้ว
อย่าได้เอาวิทยาการที่ล้าหลังไปกว่านี้มาเปรียบเทียบการค้นพบ
ของพระพุทธศาสนา อย่างเด็ดขาด

ในเทคนิคปฏิบัติการโยคะ ว่าด้วย อิทธิบาท ๔
ประโยคหนึ่งมีว่า.. กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น
กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น

สัมพัทธภาพระหว่างเวลาในภายในจิตของมนุษย์
กับเวลาในภายนอกของโลก ที่ภูมิปัญญาโบราณสร้างไว้เป็นระบบ
ที่เรียกว่า สุริยคติ และจันทรคติ นั้น มี...

มาตรากระจายค่าสัมพัทธ์ระหว่าง เวลาภายใน (อันโตนาที)
และเวลาภายนอก (พหินาที, พหิรนาที) ว่าไว้ดังนี้

๑๐ อักษร เป็น ๑ ปราณ
๖ ปราณ เป็น ๑ พืช
๑๕ พืช เป็น ๑ บาท
๔ บาท เป็น ๑ นาที
๖๐ นาที เป็น ๑ วัน


ไม่เคยรู้จักกันเลย ใช่ม้ะล่าาา.....!!!!!
เป็นมาตราที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติติดกะตัวของมนุษย์นี้เอง
คือ...ปรากฏการณ์ เงาหัว กะฝ่าตีน ครับ!!!
อธิบาย...
๑๐ อักษร ก็เหมือนกะที่ กรรมการนับ ๑ ถึง ๑๐ บนเวทีมวยครับ
๑ ปราณ คือ จำนวนการหายใจเข้า+ออก ๑ ครั้ง
๑ พืช คือ ความยาวของเมล็ดข้าว (เปลือก)
๑ บาท คือ ความยาว ๑ ฝ่าตีน
๑ นาที ของโบราณนี้ จะเท่ากับ ๒๔ นาที ของปัจจุบัน


เคยมีการถกเถียงว่า เมล็ดข้าวเปลือกต่างยุคต่างกาลมีขนาดไม่เท่ากัน
และฝ่าตีนของมนุษย์ต่างยุคต่างกาล ต่างบุคคล ก้ไม่เท่ากัน
ใครที่สงสัยความต่างเรื่องนี้ วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพมีคำตอบครับ
ไปขวนขวายหาอ่านกันดูให้สมยุคสมสมัยกันบ้าง....
อย่าโง่เหวอะหวะดันทุรังอย่างที่หลายกลุ่ม
หลายๆบุคคลกำลังเป็นกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้เลย
โดยเฉพาะ ผีห่าซาตานพวก Agnostics
ที่ยกตัวเองเป็นนักการศึกษาเสรีชนในหลายๆสถาบัน.....
สัมพัทธภาพแห่งเวลาภายในและภายนอก ยังไม่รู้จัก
ปฏิบัติการโยคะในพระพุทธศาสนาก็ไม่มีใครเข้าถึง เช่นกันครับ

ขอท้าทาย....


Atthanij Pokkasap เปิดเผยเทคโนโลยีแห่งชาวพุทธโบราณ
11:44 น.ศุกร์ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗





...อันโตนาที คือ อัตราส่วนเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านราศีต่างๆๆกัน...ซึ่งพื้นที่ระยะทางของแต่ละราศีก็ไม่เท่ากัน...ความหมายของอันโตนาทีนี้ใช่อย่างเดียวกันหรือเปล่า ???...

...อันโตนาที..แปลว่า เวลาในภายใน  มีใช้ เป็น "ภายใน" หลายเหตุการณ์ครับ  
เฉพาะที่ถามมานั้น หมายถึงเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองในรอบ ๑ วัน (๒๔ ชม.) ครับ   
เมื่อโหราจารย์ท่านหยั่งรู้ ท่านจึงมองไปบนท้องฟ้า (ถ้าเอากล้องถ่ายรูปจับทิ้งไว้ ๒๔ ชม.จะเห็นเป็นวงกลม) 
ใช้ ๑๒ ราศี เป็นการกำหนดพิกัดในแต่ละองศา (๓๖๐ องศา)  
ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ก็จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปด้วย   
อันที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ก็อาศัยพิกัดจาก ๑๒ ราศี เหมือนกัน (อันรอบดวงอาทิตยฺ์  เป็นพหินาที..เวลาในภายนอก)   
ในขณะเดียวกันอีกเช่นกันก็หมุนโคจรรอบซึ่งกันและกันกับดวงจันทร์ (เป็นการค้นพบของ วิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพ)  



...เพื่อให้แตกต่าง จึงกำหนดพิกัดที่ ๒๗ กลุ่มดาวนักขัตรฤกษ์ที่อยู่ซ้อนกับ หมู่ดาว ๑๒ ราศีนั้นเอง   
การสังเกตุพิกัดบนท้องฟ้านั้น กระทำพร้อมๆกับ การสังเกตุ "เงาหัว" ของผู้สังเกตไปพร้อม  ตามบันทึกที่ปรากฏใน 
นวมกัณฑ์ (กัณฑ์ที่ ๙ ไตรภูมิพระร่วง) ตัวอย่างบันทึก ;

...พอเถิงเดือน ๙ ด้วยว่าไกลเขายุคุนธรได้ ๒๒๕,๐๐๐ โยชน์ ดูเงาเราออกจากตัวเราได้ฝ่าตีน ๑ แล เมื่อดังนั้น 
กลางวัน ๑๗ นาที กลางคืน ๑๓ นาที ถ้วน ๓๐ วัน พระอาทิตย์ไปไกลเขายุคุนธร ๔๕๐,๐๐๐ โยชน์ พอเถิงมัชฌิมมณฑลใน
นาควิถีดูเงาเราคลาดจากตัวเราสองฝ่าตีน เมื่อดังนั้น กลางวันได้ ๑๖ นาที กลางคืนได้ ๑๔ นาที ถ้วน ๓๐ วันแล ฯ...ฯลฯ..



..พิกัดบนท้องฟ้า (๑๒ ราศี) สัมพันธ์กับ เงาหัวที่วัดด้วยฝ่าตีน แล้วซอยหน่วยย่อยของฝ่าตีนเป็นหน่วยเมล็ดข้าวเปลือกสัมพันธ์กับลมหายใจ (ปราณ)  แล้วปราณก็ไปสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลง ดินน้ำลมไฟ ภายนอกตามฤดูกาล  
เป็นที่มาของ โหราศาสตร์การแพทย์โดยบันทึกข้อมูลลงในเวลาระบบจันทรคติอีกที่ครับ....

...วิธีการคำนวณเวลาแบบสัมพัทธภาพเป็นไปตามที่ไอน์สไตน์ท่านอธิบายไว้ในวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพทุกขั้นตอนครับ มหัศจรรย์ทันสมัยมาก...ไม่น่าเอาระบบนิวโตเนียนมาเผยอเทียบ...

...แล้วก็เป็นการคำนวณระยะทางสั้นยาว (เงาหัว) ที่สัมพันธ์กับขนาดของเวลา ...ระยะทาง กับเวลา.....
เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์สัมพัทธภาพเท่านั้นที่อธิบายได้





                                                                                                     ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: