Loading...

Saturday, January 14, 2017

74.Breaking Dharma PART 73





Breaking Dharma PART 73...!!!
....


ตอน เกร็ดประวัติศาสตร์ ดี ชั่ว บ้า
ใน ศึก เทวะ รบอสูร (เทวาสุรสงคราม)

เกริ่นนำ ;

หลังจากอสูร ถูกเหล่าเทพ หัวก้าวหน้าผู้ปฏิวัติวัฒนธรรมมนุษย์ จับเหวี่ยงจากสวรรค์ดาวดึงส์ตกลงไปสร้างอาณาจักรใหม่
อยู่ ใต้พิภพเรียกว่าบาดาล เมื่อถึงเทศกาลดอกจิตตปาฏลีบานก็จะคิดถึงสวรรค์ถิ่นเก่า กรีฑาทัพจากห้วงมหาสมุทรขึ้นมาบุก
สวรรค์ดาวดึงส์ทุกครั้งไป

ในการกรีฑาทัพทั้งขาขึ้นขาล่องของอสูรได้สร้างความโกลาหลและความพินาศมากมายแก่มหาสมุทรและชายฝั่งทวีป...
ในอดีต ชายฝั่งทวีปบริเวณที่อสูรกรีฑาทัพผ่าน เป็นสำนักฤาษีใหญ่มีบรรณกุฏีเรียงราย มากมาย ต่างได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว

พวกฤๅษีรับว่า เทวะเป็นพวกตั้งอยู่ในธรรม ฤๅษีย่อมไม่เดือดร้อน
แต่อสูรไม่ตั้งอยู่ในธรรม ภัยจากอสูรย่อมมาสู่ฤๅษีแน่นอน
ฤๅษีผู้มีธรรมดีงามทั้งหลายจึงพากันไปขอโอกาสจากหัวหน้าอสูร
เพื่อให้เห็นแก่ธรรม อย่าให้อสูรใหญ่น้อยทั้งหลายในขณะประกาศ พรบ.มั่นคง มาเบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนให้กับ
ผู้อยู่ในธรรมทั้งหลายเลย


เดินเรื่อง ;

เหล่าฤๅษี มหาฤๅษี จึงเดินทางสู่นครบาดาลของอสูร
โดย หายวับไปจากบรรณกุฏีริมสมุทร(Warp)
ไปปรากฏต่อหน้าประธานบดีแห่งอสูร โดยเร็วพลัน
ด้วยความเร็วดุจการคู้แขนเหยียดแขนของบุรุษผู้มีกำลัง ฉะนั้น

ครั้งนั้น ประธานบดีแห่งอสูร ยังทรงชื่อเดิมๆว่า ท้าวสมพร (Samvara)
พวกฤๅษีมหาฤๅษี ได้น้อมประกาศขอ *อภัยทักษิณาทาน*
คือความเป็นเขตปลอด พรบ.มั่นคง นะล่ะครับ

ปรากฏว่า ท้าวสมพรอสุรินทร์ ตรัสตอบอย่างอหังการไปทันทีว่า
"ความไม่มีภัย ข้าจักให้ได้ก็แต่ให้แด่ฤาษี มหาฤๅษีที่เป็นพวก
ชั่วร้ายเท่านั้น พวกที่เห็นแก่ธรรม ถือว่าเป็นพวกเทวะ
ข้าต้องให้แต่ความมีภัยอย่างเดียว"

พวกฤาษีมหาฤๅษี ก็อนุโมทนาโดยประกาศสวนกลับว่า
"จงเป็นเช่นนี้เถิด จอมอสุรินทร์
เมื่อท่านให้ความมีภัยแก่เหล่าอาตมา ผุ้มาขอความไม่มีภัย
อาตมาก็ย่อมรับแต่ความไม่มีภัยอย่างเดียวเช่นกัน
ความมีภัยจงเป็นของท่านผู้ให้ เถิด
เพราะ..บุคคลหว่านพืชเช่นใด ก็ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำดีก็ได้ผลดี ผู้ทำชั่วก็ได้ผลชั่ว
ท่านจงรับผลที่ท่านหว่านลงไปแล้ว เถิด"

อนุโมทนาถวายแก่ ท้าวสมพรอสุรินทร์ ดังนี้แล้ว
ก็เคลื่อนกายหายวับไปต่อหน้า ท้าวสมพรอสุรินทร์นั้น
กลับมาปรากฏกาย ณ บรรณกุฏีริมสมุทร คืนโดยเร็วพลัน
ประดุจการคู้แขนเหยียดแขนของบุรุษผู้มีกำลัง ฉะนั้น


สรุปคำบอกเล่าโดยพระศาสดา ;

"ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย
ครั้งนั้น สมพรอสุรินทร์ ผู้ถูกพวกฤๅษีผู้มีศีลธรรมอันดี
สาปแช่งเช่นนั้นก็สะดุ้งตกใจกลัว ในคืนนั้นถึง ๓ ครั้ง"


อรรถกถา อธิบายอาการสะดุ้งกลัว ๓ ครั้งนั้นไว้ว่า ;

ในคืนวันนั้น หลังจากการพบกับเหล่าฤๅษีมหาฤๅษี
สมพรอสุรินทร์เข้าบรรทม หลับไปก็ปรากฏเหมือนกับถูกทิ่มแทงด้วยหอกตั้ง ๑๐๐ เล่ม 
จำให้ตกใจตื่นสะดุ้งร้องด้วยเสียงอันดังกึกก้องไปทั่วอสูรพิภพ 
พวกอสูรเสนารีบพากันเข้าเฝ้าปลอบโยน 
จนหลับไปก็ปรากฏอาการต้องตื่นสะดุ้งกลัวอย่างครั้งแรก อีก ๒ ครั้ง
ตั้งแต่นั้นมา..
จิตของ ท้าวสมพรอสุรินทร์ ก็วิปริตไปด้วยอาการสะดุ้งกลัว
เพราะคำสาปแห่งพวกฤๅษีมหาฤๅษี
จอมอสูรจึงได้มีพระนามใหม่ว่า..
* ท้าวเวปจิตติ อสุรินทร์ (Vepacitti the Great Asura)*
แปลว่า จอมอสูร ผู้มีจิตวิปริตแล้ว
ดังนี้แล ฯ


(จาก สมุททกสูตร )



ชัดเจนนะครับ..เรื่องเก่ามีมานาน
ระบบการเมืองการปกครองใดไม่คุ้มครองรักษาคติจริยธรรม
ท่านเรียกว่า อสูร
ระบบการเมืองการปกครองใดที่ปฏิเสธอำนาจอสูร
นั่นคือการเข้าสู่ยุคปฏิวัติวัฒนธรรม เป็นที่มาของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
คำสาปฤๅษี เป็นเรื่องของเทคโนโลยีก้าวหน้าที่คุ้มและป้องกันโลก
อ่านเรื่องราวโบราณแล้ว
ก็หัดใช้ปัญญาแบบมนุษย์ๆกันวิเคราะห์ตามไปด้วย
จะรู้ว่า...

ปรากฏการณ์ในสังคมมนุษย์นั้น ไม่มีเรื่องใดเป็นเรื่องใหม่ทั้งสิ้น...
อย่าเที่ยวมาแสดงความเห็นในสิ่งที่ไม่ศึกษาให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อน
จะได้ไม่มีเรื่องที่ต้องมาเปลืองอารมณ์ถกเถียงกันเพราะความไม่รู้จริงเสียที

ขอความเข้าใจในธรรม
และถึงเทคโนโลยีแห่งธรรมจงบังเกิดมีแก่ทุกท่าน เทอญ


Atthanij Pokkasap อัญเชิญมาถ่ายทอด
02:34 น.คืนของวันอาทิตย์ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖




...เทวาสุรสงคราม คือสงครามปฏิวัติวัฒนธรรมและเทคโนโลยีปกป้องคุ้มครองโลก....ที่วันนี้ หาคนรู้ไม่มีแล้ว....
แต่คือปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ประเทศไทยเวลานี้

...อะไรคือคำสาปฤๅษี ที่ทำให้พวกคิดชั่วเป็นบ้า?





                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: