Buddha-sci-fi-muayThai-history-astrology-superstition-language-yoga-music-art-agricuture-herb-food

...I believe that meditation and healthy food are an essential human experience and should be freedom to learn too................................ Buddha-Dharma-Sangha-science-fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-religion-Language-math-mind-universe-meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food...this is good health and life. All give us be Oneness. I will try to understand you and everybody around the world................ WE ALL ARE FRIENDSHIP......Truth me

Friday, January 13, 2017

67.Breaking Dharma PART 66





Breaking Dharma PART 66...!!!
....



ตอนกำเนิด นะโม ตัสสะ...ฯ

คำสาธุการ พระพุทธเจ้า
กำเนิดมาจากเสียงกระหึ่มคล้ายเสียงแผ่นดินไหว
ของทิพยกาย จำแนกเป็นลำดับได้ ดังนี้..

นะโม (Namo)
โดย สาตาคิริยักษ์ (ยักษ์สาตาเคียร สหายของอาฬวกยักษ์ อยู่ร่วมสมัย กาลนาคราช และ
ตระกูลของอาฬวกยักษ์)

ตัสสะ (Tassa)
โดย อสุรินทราหู (ไม่บอกที่มา ปล่อยให้งง ฮ่า...)

ภะคะวะโต (Bhagavato )
โดย ท้าวจตุโลกบาล แห่งจาตุมหาราชิกาสวรรค์

อะระหะโต (Arahato)
โดย ท้าวสักกเทวราช ประธานแห่งพระอินทร์หมื่นโลกธาตุ

สัมมาสัมพุทธัสสะ (Sammasambhuddhassa)
โดย ท้าวสหัมบดีพรหม ประธานแห่งพรหมชั้นสุทธาวาส  อดีตชาติ คือท่านพระภิกษุสหกะ 
ในสมัยพระกัสสปะสัมมาสัมพุทะเจ้า เมื่อพุทธันดรกัปที่แล้ว


นี่คือ ที่มา ของ * นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส *
ที่ชาวพุทธทุกวันนี้ หาคนรู้คงไม่มีแล้ว......


Atthanij Pokkasap เปิดเผย..ของเก่าที่เราลืม
08:40 น.แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๒
พฤหัสบดี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖




...อยากหลุดพ้น  ไม่ต้องรับผิดชอบ..
ไม่ใช่วิธีการของพระพุทธศาสนานะครับ....

...คน..มนุษย์ มีแค่หน้าที่ ท่องตาม เท่านั้น....มีอยู่มากมายหลายตอนที่บันทึกโบราณบรรยายไว้ว่า เสียงสาธุการของ
เหล่าทิพยกาย  กัปนาทกระหึ่มปานประหนึ่งเสียงของแผ่นดินไหว...ทำให้น่าคิด (จินตนาการเอาเอง) ว่า  
เสียงแผ่นดินไหว  บางครั้ง..ก็เป็นเสียงของทิพยกายสาธุการนั่นเอง..แต่สาธุการใคร  อะไร  ต้องตามไปศึกษาเหตุอีกที...
(ประสบการณ์จริง เหมือนฟ้าคำรามดังไล่มาต่อเนื่องตามลูกคลื่นที่ม้วนกระเพื่อมเป็นสายมาใต้ดิน)




                                                                                                          ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  
  


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: