Loading...

Sunday, January 1, 2017

21.Breaking Dharma PART 20






Breaking Dharma PART 20...!!!
....




พบหลักฐานอีกแล้ว!!!
เจ้าหญิงแห่งกรีก มาเป็นพระอรหันต์ใหญ่ในอสีติสาวก!!!

พระนางเขมา อัครมเหสี ของพระเจ้าพิมพิสาร ครับ
พระนาง คือเจ้าหญิงแห่งกรีกไอโอเนียน (Ionian) แห่งสาคลนคร แคว้นมัททะ
ซึ่งเป็น อีกชื่อหนึ่งของ แคว้นโยนก (ไอโอเนียน แขกออกเสียง อียอน เป็น โยน) คือ ยวนะ และ
โยนะ เรียกชาวโยน ว่า โยนกะ ออกเสียงแบบไทยว่า โยนก ครับ

สาคลนครเป็นศูนย์กลางของ แคว้นกรีกไอโอเนียนมาตั้งแต่ต้นพุทธกาล อยู่บนเส้นทางสายไหมไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 
กัษมีรนคร (นครโบราณของแคว้นแคชเมียร์) ไป ๑๒ โยชน์ (ตามคำสนทนา คิง เมนันเดอร์กับ ท่านพระนาคเสน ใน ปี พ.ศ.๓๙๒...มิลินทปัญหา ฉบับการ์ตูน ของ ธรรมกาย  มันมั่วว่า พ.ศ.๖๐๐ เศษ)

พระแม่เจ้าเขมาเถรี เป็นเอตทัคคะ..อัครสาวิกา ผู้เลิศด้วยปัญญา (ฝ่ายอัครสาวก คือ ท่านพระสารีบุตร)
เป็นเจ้าหญิงกรีก เครือญาติของพระเจ้ามหากัปปินะ ที่พาชาวกรีกหมดนครมาบวช น่ะล่ะครับ



ใครอ่านพระไตรปิฎก แล้วพบการสานถักตรรกะแห่งธรรมและ ประวัติศาสตร์โลกสมัยพุทธกาลมาถึงตรงนี้บ้าง??!

ถ้าไม่ถึง...อย่าเสือกเที่ยวประกาศว่าคัมภีร์พระไตรปิฎกคลาดเคลื่อนเลย
มรึงต่างหาก ที่บ้าไปแล้วว..ว่ะ

Atthanij Pokkasap ประกาศ เบรค!!!
๐๘.๕๐ น.วันพฤหัสบดี ที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖




...กำลังหาเรื่องเต่า ที่มาบรรลุอรหันต์กะ สมสีสี ๓ พระองค์น่ะครับ  มาพบเรื่องนี้ก่อน เลยรีบตีแผ่...นักประวัติศาสตร์ไทยมันทำจนไม่เหลือซักเรื่อง...นะ จิ๊   

...ก็ขนาด พ่อของพระเจ้าไซรัสมหาราชผู้สถาปนาเปอร์เซีย คือ พระเจ้าคัมบัยเสส (ผู้พิชิตกัมโพช) ที่ ๑ เป็นอารยันยังแต่งกะแม่พระเจ้าไซรัสเป็นชาวมีด หรือชาวมีเดียนเลย  กรีกก็ไหลย้อนศรมาแต่งกะอารยันอินเดีย...แลกหมัดกันชัดเจนครับ

...ถ้าพระเจ้าคัมบัยเสสเป็นอารยัน...ก็คงมีเชื้อสายมาจากต้นตระกูลอารยันที่แยกทางกันกับอารยันฝ่ายถือวรรณะของฤาษีกลุ่ม 7...คือเป็นอารยันฝ่ายฤาษีกลุ่ม ๓ (ภฤคุ, ยมกตัคนี และอังคีรส) ต้นกำเนิดอเวสต์...คัมภีร์แห่งศาสนาโซโรอัสเตอร์ (เปอร์เซีย..สาราธูษตรา) ครับ

...ความยิ่งใหญ่ของศาสนาสาราธูษตรา เป็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าไซรัสมหาราชด้วย...มีบันทึกเรียกท่านว่าจอมกษัตริย์ผู้อดทนให้ (กับผู้แพ้) ได้รับการบันทึกให้ความชื่นชมอย่างสูงอยู่ในพระคัมภีร์ภาคพันธะสัญญาเดิม (The Old Testament) ครับ.



                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
  

* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap

No comments: