Loading...

Monday, September 12, 2016

๘๐.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




80.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม
















ปรากฏการณ์ถักซ้อน
(สัมพัทธภาพ... Relativity & Interpenetration)
ของเวลา ๕ ระบบ
ที่ทำให้รู้ว่า วิชาโหราศาสตร์ไทย คือ
ภาคคำนวณของจักรวาล "ไตรภูมิ"
จักรวาลแห่งการสอดประสานของเวลา...
ซึ่งค้นพบโดยพระพุทธศาสนา ในขณะวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของ
"จิต"..เหตุเกิดแห่งทุกข์(ทุกขสมุทัย) ที่มีศัพท์เทคนิคเฉพาะว่า "ปฏิจจสมุปปาท"
(ปฏิจจสมุปปาท คือสมุฏฐาน..การเกิดเวลา
ในอิทธิบาท ๔ ภาวนา พระโยคาวจรจะต้องก้าวข้ามให้พ้น สมมติบัญญัติแห่งเวลาในจิต
ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของปรากฏการณ์เวลา ไปให้ได้...)


โหราศาสตร์ไทย จึงมีปฐมบรมครูนามว่า..
"ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ"
...ปราชญ์ต้นพุทธกาลหนึ่งเดียวผู้รู้ประวัติศาสตร์การอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.ชัดเจน..ถึงขนาดออกบวชเป็นฤๅษีรอ และยืนยันความรู้จริงของตนเองถึง 29+6 ปี..เมื่อได้เข้าพยากรณ์เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร ขณะเป็นทารกน้อย

"ท่านพระวังคีสะ"
....ปราชญ์ผู้จับคลื่นความหนาแน่นของกระโหลกศรีษะคนตายก็สามารถพยากรณ์ได้ว่า
อดีตเจ้าของกระโหลกศรีษะนี้ ตายแล้วไปไหน


ผู้ศึกษาโหราศาสตร์ไทย แล้วไม่รู้เรื่องปฏิบัติการโยคะของพระพุทธศาสนา
ว่าด้วยการก้าวข้ามสนามเวลา
รวมทั้งผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่รู้เรื่องปรากฏการณ์เวลาที่จิตสังเคราะห์ขึ้นมา...
กรุณาพิจารณา อุปาทานแห่งการลวงโลกตามประสาทายาท...บอดคลำช้าง ๙ สายพันธุ์
ด่วน...ครับ

แพทย์แผนไทย นวดแผนไทย
ที่เข้าไม่ถึง ปรากฏการณ์เวลาในระบบทักษา...
ที่บรรจุเวลา ๓ ระบบ( วัน เดือน ปี)ถักประสาน
เข้าด้วยกันเป็นภูมิทัศน์ของลมหายใจเข้าออก
(สุริยคติ-สูรยกลา จันทรคติ-จันทระกลา เรียกรวมๆว่า เส้น"สูรย์จันทร์")
ก็...ลวงโลกไม่ต่างจากสองพวกแรก
จงสูบโรคร้ายเข้ามาใส่ตัว
แล้วไปตาย..เถอะครับ.
!!!


                                                                                                      ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap




Sunday, September 11, 2016

๗๙.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




79.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม

















ปฏิบัติการโยคะจากพระโอษฐ์
มาเรียนรู้ "พระกรรมฐาน" จากพระไตรปิฎก
กันเถิด....
ตอนที่ ๓. พุทธนิยาม ว่าด้วย....
ความหมายของ "อัญญเดียรถีย์"

อัญญเดียรถีย์ คือ พวกผู้รู้ กลุ่มต่างๆ ที่บิดเบือน ทำลาย ปกปิด กล่าวร้าย แอบอ้างคำสอนของพระพุทธเจ้า
โดย "เดียรถีย์"...แปลว่า (พวก)ฝั่งตรงกันข้าม(กับคำสอนว่าด้วย พระนิพพาน ตามการค้นพบ ของพระพุทธเจ้า)

"อัญญะ"...แปลว่า ต่างๆ
ใน พระพุทธนิยาม อุปมา (กลุ่ม)ต่างๆ (อัญญะ)ว่า...
ได้แก่ พวกบอดคลำช้าง ๙ จำพวก("นายขยะ"มักมั่ว ว่ามี ๑๐ สายพันธุ์)

สมัยพุทธกาล กลุ่มอัญญเดียรถีย์ มีศูนย์กลาง
อยู่ที่แคว้นมคธ แดนอิทธิพลของ ท่านพระเทวทัต
แดนที่เหล่าอัญญเดียรถีย์ เป็นแนวร่วมกับกลุ่มนิกายของท่านพระเทวทัต
โดย พระเทวทัต นั้น ใช้วิชา "หมัดเอกะดับคชสาร"
สังหาร ท่านพระอุบลวรรณาเถรี
และอัญญเดียรถีย์ ก็ใช้กำลัง "ประชาทัณฑ์" รุมสังหาร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ โดยการตีทำลายจนกระดูก และกระโหลกศรีษะ แหลกละเอียดหมด
ทั้งประกาศเหยียบย่ำ ท้าทาย ปาฏิหาริย์ในคำสอนของพระพุทธเจ้า
จนพระพุทธเจ้าทรงต้องแสดง "ยมกปาฏิหาริย์"
ที่ สังกัสสนคร ห่างมหานครสาวัตถีไปอีก ๕๐๐ กิโลเมตร

การตามทำลายแบบจองล้างผลาญพระพุทธศาสนาโดยนักปกครองชาวแคว้นมคธ(ยกเว้น พระเจ้าพิมพิสาร ที่เคารพบูชาพระพุทธเจ้าทรงต้องการแก้ปัญหาเดียรถีย์นี้.. ถึงขนาดต้องประกาศยกแคว้นมคธ ครึ่งหนึ่งถวายพระพุทธเจ้า แต่ต้นปฐมกาล) มีต่อเนื่องจนถึง พ.ศ ๑๐๐๐ เศษๆ
จนพุทธมามกะนำโดยราชวง์ศกะ-ปาร์เธียน(สายทายาทราชวงศ์ที่ ๒ ของเปอร์เซีย)
หลังจากลงมาสร้างอาณาจักรรรองรับการค้ากับโรมันในคาบสมุทรทะเลจีนใต้แล้ว ต้องข้ามทะเลอันดามัน เข้าไปเหยียบแคว้นมคธ ด้วยการสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทา ขึ้น
(ราชวงศ์ศกะ เป็นดองกับราชวงศ์สัตตวาหนะ ที่ครองแคว้นอันธระ..ต้นกำเนิด พุทธศิลป์ตระกูล "ภารหุต" อันเก่าแก่ร่วมสมัยคันธาระ)

วันนี้ ทายาทอัญญเดียรถีย์แห่งแคว้นมคธ
กลับชาติมาเกิดอยู่เต็มสังคมไทย
ปฏิบัติการตามนโยบาย บอด ๙ สายพันธุ์
อย่างต่อเนื่อง ให้ประจักษ์เห็นได้
ทั่วไปครับ !!!
การเปิดเผยคำสอนดั้งเดิมที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนา
จึง... ไม่ง่ายนัก



                                                                                                    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap



Friday, September 9, 2016

๗๘.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




78.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม

















ปฏิบัติการโยคะจากพระโอษฐ์
มาเรียนรู้ "พระกรรมฐาน" จากพระไตรปิฎก
กันครับ
ตอนที่ ๒. พุทธนิยาม ความหมายของ "จิต"

พระพุทธเจ้าผู้ทรงคุณประเสริฐสูงสุด ได้ทรงให้นิยาม ความหมายของ "จิต" 
ไว้เป็นพระสูตร ชื่อ "อัสสุวตาสูตร"...ในนิทานวรรค หมวดสังยุตตนิกาย
อัสสุวตา...แปลว่า วัฏฏะของน้ำตาแห่งความเศร้าโศกเสียใจ
จากการเดินทางของชีวิต ที่หาที่สิ้นสุดมิได้
(อนมตัคคสังสารวัฏ.. Anamataggasamsaravatta)
ซึ่งมีปริมาณมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งหมด
หมายถึง น้ำตาที่สั่งสมมาตลอดที่ได้เวียนเกิดเวียนตาย

ด้วยจำนวนที่นับเป็นกัปกัลป์ ซึ่งเป็นอายุของ แต่ละช่วง
ของดาราจักรทางช้างเผือก(แสนโกฏิโลกธาตุ หรือ ๑๐ แสนล้านดวง)...
ตามการพิสูจน์ในบทของ "สติ"ว่าด้วยการระลึกชาติ(บุพเพริวาสานุสติญาณ)

ในอัสสุวตาสูตรนี้ จะเห็นชัดเจนว่า
พระพุทธเจ้า ทรงเรียก จิต มโน วิญญาณ
ในฐานะ "งาน" ที่สำเร็จจากนามรูป คือมหาภูต ๔ ที่ประกอบด้วยชีวิต ไม่ใช่ แค่ร่างกาย
ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

อ่านและคิดตามพระพุทธวจนะ ใน อัสสุตวตาสูตร
นี้ ซ้ำๆหลายๆรอบ ครับ
เพราะ...ทึ่เราเรียนรู้ตามๆกันมาทั้งหมด ในปัจจุบัน
ผิด ไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า
หมดเลย !!!



                                                                                                 ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap



๗๘.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




78.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม

















ปฏิบัติการโยคะจากพระโอษฐ์
มาเรียนรู้ "พระกรรมฐาน" จากพระไตรปิฎก
กันครับ
ตอนที่ ๒. พุทธนิยาม ความหมายของ "จิต"

พระพุทธเจ้าผู้ทรงคุณประเสริฐสูงสุด ได้ทรงให้นิยาม ความหมายของ "จิต" 
ไว้เป็นพระสูตร ชื่อ "อัสสุวตาสูตร"...ในนิทานวรรค หมวดสังยุตตนิกาย
อัสสุวตา...แปลว่า วัฏฏะของน้ำตาแห่งความเศร้าโศกเสียใจ
จากการเดินทางของชีวิต ที่หาที่สิ้นสุดมิได้
(อนมตัคคสังสารวัฏ.. Anamataggasamsaravatta)
ซึ่งมีปริมาณมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งหมด
หมายถึง น้ำตาที่สั่งสมมาตลอดที่ได้เวียนเกิดเวียนตาย

ด้วยจำนวนที่นับเป็นกัปกัลป์ ซึ่งเป็นอายุของ แต่ละช่วง
ของดาราจักรทางช้างเผือก(แสนโกฏิโลกธาตุ หรือ ๑๐ แสนล้านดวง)...
ตามการพิสูจน์ในบทของ "สติ"ว่าด้วยการระลึกชาติ(บุพเพริวาสานุสติญาณ)

ในอัสสุวตาสูตรนี้ จะเห็นชัดเจนว่า
พระพุทธเจ้า ทรงเรียก จิต มโน วิญญาณ
ในฐานะ "งาน" ที่สำเร็จจากนามรูป คือมหาภูต ๔ ที่ประกอบด้วยชีวิต ไม่ใช่ แค่ร่างกาย
ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

อ่านและคิดตามพระพุทธวจนะ ใน อัสสุตวตาสูตร
นี้ ซ้ำๆหลายๆรอบ ครับ
เพราะ...ทึ่เราเรียนรู้ตามๆกันมาทั้งหมด ในปัจจุบัน
ผิด ไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า
หมดเลย !!!



                                                                                                 ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap



Thursday, September 8, 2016

๗๗.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.




77.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม



























ปฏิบัติการโยคะจากพระโอษฐ์
มาเรียนรู้ "พระกรรมฐาน"จากพระไตรปิฎก
กันครับ.


ตอนที่ ๑. กำเนิด "จิต"

พระพุทธศาสนาเรียก จิต ว่า "มโน"บ้าง
"วิญญาณ"บ้าง เป็นการเรียกตามลักษณะงาน
จิต..คือ แผ่กระจาย ระบายออกไป
มโน..คือ คิดเองได้
วิญญาณ.. คือ รู้ยิ่งเอง
(ญาณ=รู้เอง วิ=ยิ่ง ; วิ + ญาณ = วิญญาณ)

จิต ประกอบด้วย ๒ ภาคส่วน คือ

๑. จิต ที่เกิดจาก กายสังเคราะห์
หมายถึง จิตที่เกิดจากระบบอายตนประสาท คือ อินทรีย์ ๕
(ตา-จักขุนทรีย์ หู-โสตินทรีย์ จมูก-ฆานินทรีย์ ลิ้น-ชิวหินทรีย์ และกาย-กายินทรีย์)
มี ใจ(มนินทรีย์) เป็นที่ ๖

จิตตามความหมายนี้ได้แก่ ;
จักขุวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทตา)
โสตวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทหู)
ฆานวิญญาณ(รู้ยิ่งเองทางประสาทหู)
ชิวหาวิญญาณ(รู้ยิ่งเองทางประสาทรับรสของลิ้น)
กายวิญญาณ(รู้ยิ่งเองจากประสาทสัมผัสของผิวกาย)
เป็นจิตที่เกิดจากการกระทบกันระหว่างอายตนประสาทกับสิ่งเร้า(Stimulus)
คือ ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายกับกายสัมผัส(โผฏฐัพพะ)
มีการประมวลผลประสบการณ์เก็บไว้ที่ สมองส่วนล่างหลังกระบอกตา

๒. จิตสังเคราะห์กาย
หมายถึง จิตที่อาศัยหัวใจทำงานร่วมกับอวัยวะภายในต่างๆ
ที่พระกรรมฐานพุทธเรียกว่า "อาการ ๓๒(ทวัตติงสาการ)"
สังเคราะห์สร้างและซ่อมแซมส่วนที่ยังเจริญไม่เต็ม
และส่วนที่ขาดหายไป
พระพุทธศาสนาเรียก จิต ภาคส่วนนี้ว่า
"มโนธาตุ" และ/หรือ "มโนวิญญาณธาตุ"
ตามรู้ได้ด้วยการฝึกหายใจออก หายใจเข้า
ซึ่งมีสมุฏฐาน มาจาก จิตภาคส่วนนี้โดยตรง
(รายละอียดเท็คนิคอยู่ในบทฝึก "กักลมอัสมิตา"ที่เป็นพื้นฐานของ อานาปานสติสมาธิสูตร)


ความสัมพันธ์ของจิตทั้งสองภาคส่วนนี้
เรียกว่า "ความพอใจ(ฉันทะ)"
เกิดจากการเข้าร่วมกันทำงานของสมองส่วนล่างกับหัวใจ ที่เรียกว่า ...
"รู้ยิ่งเองทางใจ(มโนวิญญาณ)"

ใน "ปฏิจจสมุปปาท" มหาปทานสูตร
จิตที่เกิดจากกายสังเคราะห์ มีสำนวนแปลทางพระบาลี                                                                    
(ภาษาที่รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า...เป็นภาษาชาวแคว้นอวันตี                                                 
ออกแบบหลักไวยากรณ์โดยท่านพระมหากัจจายนะ
แล้ว นักการศึกษาส่วนใหญ่เอาไปมั่ว ว่าเป็นภาษาม คธ)....ว่า...
"นามรูป"เป็นปัจจัยให้เกิด "วิญญาณ"
และ เรียกจิตที่สังเคราะห์กายว่า...
"วิญญาณ" เป็นปัจจัยให้เกิด "นามรูป"


ปัญหาหายนะที่ทำลายการคำสอน
แห่งการค้นพบของพระพุทธเจ้า
คือ นักปราชญ์ไทยทั้งหมด
จัดเอา "วิญญาณ" ไปอยู่ในกลุ่ม "นาม"ของ "นามรูป"
และเชื่อตามฝรั่งที่ฝรั่งเชื่อตามตรรกะของโสเครติส
ว่า จิตเกิดจากกาย โดยส่วนเดียว
กรรมฐานทุกสำนักเกจิอาจารย์ไทยๆ
จึงออกทะเล ไปมหาสมุทรอินเดียไปไกลลิบๆ
ด้วยประการฉะนี้แล ฯ


                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


* Story & Photos by  Atthanij Pokkasap



Tuesday, September 6, 2016

๗๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.



76.พระพุทธเจ้า - พระธรรม - พระสงฆ์ - วิทยาศาสตร์ - นิยาย - มวยไทย - ประวัติศาสตร์ - โหราศาสตร์ -ไสยศาสตร์ - ศาสนา - ภาษา - คณิตศาสตร์ - จิต - จักรวาล - สมาธิ - โยคะ - ดนตรี - ศิลปะ - เกษตรกรรม - สมุนไพร - อาหาร = สุขภาพและชีวิตที่ดีงาม












Atthanij Pokkasap :




....ประสิทธิภาพลมหายใจละเอียดตลอดร่าง
คือ การเป็นเอกภาพของลมหายใจภายนอก(จมูก ถึง ปอด)
และลมหายใจภายใน(กระบวนการเมตาโบลิสม์ภายในเซลล์)
ทำงานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว..
ภาษาสมัยใหม่ก็คือ "นาโนเทคนิคส์" โมเลกุลของออกซิเจนมีขนาดเล็กมาก...
มากจนซึมผ่านผิวเนื้อเข้าไปได้เองตามความต้องการใช้งานของเซลล์

"นาโนเทคนิคส์" นี้เอง ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ที่อานาปานสติสมาธิ
และมหาสติปัฏฐานสูตร กล่าวด้วยสำนวนโบราณว่า...
"กายสังขารสงบรำงับ"

เพราะไม่แตกต่างคนตายแต่ไม่ตายเนื่องจากมีสติควบคุม
ท่านจึงบอกว่า..หายใจเข้ารู้ว่า กายสังขารสงบรำงับ/หายใจออกรู้ว่ากายสังขารสงบรำงับ
ในปรากฏการณ์เชื่อมโยงจักรวาล-มหาจักรวาล
สถานะภาพของการสงบรำงับนี้ คือ สติ เป็นผู้ควบคุม อวกาศ-กาลได้แล้ว
แต่เรียกด้วยภาษาโบราณแบบโยคะว่า...
"จตุตถฌาน..หรือ ฌาน ที่ ๔" บาทรองรับการควบคุมดินน้ำลมไฟ
และปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งมวลรวมถึงภูมิปัญญาขั้นสูงสุดของชีวิตด้วย ครับ !!!!

เมื่อเรียนรู้เข้าใจวัตถุประสงค์และวิธีปฏิบัติการจนถ่องแท้ได้แล้ว...
จะกระตือรือร้นฝึกฝนตนเองเพื่อบรรลุประสิทธิภาพสูงสุดด้วยตนเอง
ไม่ต้องมีใครมาจัดระเบียบบังคับ
นี้แหละท่านจึงเรียกว่า.ความก้าวหน้าทางธรรม!!!
ความเป็นโสดาบันเพราะไม่ต้องเชื่อใครอีกแล้วในเรื่องธรรม
แล้วก็เร่งปฏิบัติตนอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อความรู้ภายนอกทั้งหลายที่จะมากระทบ....




                                                                                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐



* Story & Photo by  Atthanij Pokkasap