Loading...

Tuesday, December 29, 2015

๖๖.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music-Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.











......Just as a skilled turner or his apprentice, when making a long turn, discerns that he is making a long turn, or when making a short turn discerns that he is making a short turn; in the same way the monk,…
1.“Breathing in long, he discerns that he is breathing in long; or breathing out long, he discerns that he is breathing out long.
2.Or breathing in short, he discerns that he is breathing in short; or breathing out short, he discerns that he is breathing out short.
3.He trains himself to breathe in sensitive to the entire body
4.and to breathe out sensitive to the entire body.
5.He trains himself to breathe in calming bodily fabrication (make your inhale softer)
6.and to breathe out calming bodily fabrication (make your exhale softer).
“In this way…
1.he remains focused internally on the body in & of itself (eg. hair, nail, skin, etc.), or
2.externally on the body in & of itself (others people’s body) , or
3.both internally & externally on the body in & of itself. (your own body and others’)
4.Or he remains focused on the phenomenon of origination with regard to the body,
5.on the phenomenon of passing away with regard to the body, or
6.on the phenomenon of origination & passing away with regard to the body. Or his mindfulness that ‘There is a body’ is maintained to the extent of knowledge & remembrance. And he remains unconstrained from desire and misunderstood. And he is disassociate to anything in the world. This is how a monk remains focused on the body in & of itself.
“And how does a monk remain focused on the body in & of itself? “There is the case where a monk – having gone to the wilderness, to the shade of a tree, or to an empty building – sits down folding his legs crosswise, holding his body erect and setting mindfulness to the fore [lit: the front of the chest]. Always mindful, he breathes in; mindful he breathes out. (mindful at nostril or at position you can feel the breath)
1.“Breathing in long, he discerns that he is breathing in long; or breathing out long, he discerns that he is breathing out long.
2.Or breathing in short, he discerns that he is breathing in short; or breathing out short, he discerns that he is breathing out short.
3.He trains himself to breathe in sensitive to the entire body
4.and to breathe out sensitive to the entire body.
5.He trains himself to breathe in calming bodily fabrication (make your inhale softer)
6.and to breathe out calming bodily fabrication (make your exhale softer).
******************************************
reference : http://www.oknation.net/blog/buddhaquote/2009/07/03/entry-4
Posted by พระเสขะ





++++++


......ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นายช่างกลึงหรือลูกมือของนายช่างกลึงผู้ขยัน เมื่อชักเชือกกลึงยาวก็รู้ชัดว่าเราชักยาว เมื่อชักเชือกกลึงสั้นก็รู้ชัดว่าเราชักสั้น แม้ฉันใดภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน…

1.เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว
2.เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น
3.ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอกกองลมทั้งปวง หายใจออก (คือลมทั้งหมด)
4.ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอดกองลมทั้งปวง หายใจเข้า (คือลมทั้งหมด)
5.ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจออก (ทำลมหายใจออกให้เบาลง)
6.ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า (ทำลมหายใจเข้าให้เบาลง)

ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อม…

1.พิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง (คือทุกส่วนในร่างกายของเรา มี ผม ขน เล็บ เป็นต้น)
2.พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง (คือกายของคนอื่น)
3.พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง (คือทั้งกายของเราเอง และ ทั้งกายของคนอื่น)
4.พิจารณาเป็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง (คือพิจารณาเห็นว่าทุกส่วนในกาย (ผม ขน เล็บ เป็นตัน) มีการเกิด/งอก)
5.พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง (คือพิจารณาเห็นว่ากายนี้ ก็เสื่อมไป แก่ไป)
6.พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง เธอย่อมเป็นอยู่อึกอย่างหนึ่ง คือเข้าไปตั้งสติว่ากายมี ก็เพียงสักว่าเอาไว้รู้ เพียงสักว่าเอาไว้อาศัยระลึกเท่านั้น
เธอเป็นผู้ไม่ถุกตัณหาและทิฐิเข้าอิงอาศัย และไม่ถือมั้นอะไร ๆ ในโลก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจาณาเห็นกายในกายอยู่เสมอ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ด้วยการปฏิบัติอย่างไรภิกษุจึงจะเป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่เสมอ คือภิกษุในพระศาสนานี้ ไปสู่ป่า ไปสู่โคนไม้ หรือไปสู่เรือนว่าง นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า (ตั้งสติไว้ที่จมูก)

1.เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว
2.เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น
3.ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอกกองลมทั้งปวง หายใจออก
4.ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอดกองลมทั้งปวง หายใจเข้า
5.ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจออก (ทำลมหายใจออกให้เบาลง)
6.ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า (ทำลมหายใจเข้าให้เบาลง


*******************************************************
* Tripitaka Vol.10 Sutta Pitaka Vol.2 Digha Nikaya Maha-vagga Maha-satipatthana Sutta

* Photo : pantip.com




++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






คุณสมบัติของ "อานาปานสติกรรมฐาน"
ขึ้นกับ เทคนิค..อุปมา เชือกกลึง และการชักเชือกกลึงของนายช่างผู้ชำนาญ(ทักขภุมการ...อุปมานี้อยู่ในวรรคต้นๆของมหาสติปัฏฐานสูตร)


"กักลมอัสมิตา"
คือเท็คนิคการผลิตเชือกลึงคุณภาพ
และการสร้างความชำนาญ(ทักขะ, ทักษะ)ให้แก่ความเป็นนายช่างกลึง
เมื่อเล่นกักลมฯ ขั้นอุกฤษฎิ์ ได้สติ+ลมหายใจใหญ่ลึก จะนอนไม่กลับ พึงนั่งหายใจ เบาๆ นุ่มๆ ช้าๆ ลึกๆ รวยรินแบบนุ่มแน่น ชนิด ออก-ออกสุด เข้า -เข้าสุด สิ่งเป็นมงคล สวัสดิผลก็จะครอบทั้งตัวเอง ครับ






ทำไมจึงว่า "กักลมอัสมิตา" เป็น ปฐมบท;พื้นฐานอานาปานสติกรรมฐาน
เพราะ....


๑. การหายใจยาว การหายใจสั้น เมื่อกำหนดขึ้นมาเอง โดยปราศจากการเรียนรู้ระบบการหายใจในสรีระตามธรรมชาติที่เป็นจริงของตนเอง
การกำหนดนั้น....ย่อมเป็น อุปาทาน คือคิดเอาเอง สติจากลมหายใจย่อมเป็นจริงได้ยาก


๒. การทำบทศึกษา เข้าถึง "หมู่ทั้งปวง(สัพพกาย)" ในขั้นที่ ๓ ของอานาปานสติสูตร ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะ "หมู่" หรือ "กาย"....ที่เป็นลมทั้งหมดในร่างกาย หรือ ธาตุลมภายใน(อันโตวาโยธาตุ)
...ก็คือ ลมในกองธาตุทั้ง ๖ มีเทคนิคที่ต้องเรียนรู้เพื่อการเข้าถึงเฉพาะ จะมานึกคิดลอยๆเอาเองแบบทั่วไปไม่ได้ เพราะธรรมชาติแท้จริงของสรีระมีอยู่


๓. การทำบทศึกษาเข้าถึง "กายสังขารสงบรำงับ"...คือการหยุดหายใจออกหยุดหายใจเข้า
ในขั้นที่ ๔ ของอานาปานสติสูตรด้วยการคิดเอาเอง ยิ่งเป็นไปไม่ได้
ฯลฯ



"กักลมอัสมิตา"  คือเคล็ดวิชา ภูมิศาสตร์โยคาจาร
ซึ่ง นอกจาก...สร้างผิวพรรณที่สะอาดเนียนละเอียดแน่น 
แตกต่างจากพวกหายใจตามใจกิเลสแล้ว

กักลมอัสมิตา...ยังให้พลวัตแก่กล้ามเนื้อ และเอ็นทรงประสิทธิภาพ
ประหนึ่งว่าทรงคุณในวิชาคงกะพันชาตรี ชั้นสูงเพื่อเป็นฐานรองรับ "สุญญตสมาธิ"
แห่ง อานาปานสติกรรมฐาน  ตามคติดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง อีกด้วย
สมาธิใน "สจิตปริโยทปนํ" อันเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา  เป็นของสูง
ไม่ใช่เรื่องที่ปัญญาปุถุชนทั่วไปจะมาสัมผัสเอาได้อย่างมักง่าย   แล้วเราจะได้...รู้กัน !!!



++++++++++++++++


* ...or if you are interested in more information about the history of the traditional Buddhism in Mes Aynak, Afghanistan, Thai Ancient Massage and Real Muay Thai & Karate and Modern Science...
Because he researched and found that the civilization of Buddha Tantra linked associated with Siam folk traditions of Muay Thai & Karate and Modern Science...





Tel : 08-0742-5957 
        668-0742-5957



           ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐




Monday, December 7, 2015

๖๕.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music- Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.










 Atthanij Pokkasap   :   ๑ ใน ๗ หลักสูตรมวยไทย  ที่ "นายขยะ" จอมนรินทร์ ลูกละลม

ใช้ฝึกตนมา...เมื่อ ๔๕ ปีก่อน ครับ





*******************************



* If you are interested in more information about the history of Buddhism in Afghanistan or Mes Aynak and Real Muay Thai.

Please contact : https://www.facebook.com/atthanij.pokkasap 















"WELCOME TO MUAY THAI THE TRUTH"




       /|\
     /  |  \
     |   |   |
     \      /
            /        \       




   Teacher ; Atthanij Pokkasap 

with the main project :


   " Mahaved Muay Thai Training Camp "

   




   < Mahaved Muay Thai Training Camp & Natamuaythai Kids Meeting >


   Training course - เปิดอบรมหลักสูตร ;

   - Advance Classic Muay Thai

   - Basic Classic Muay Thai for Kids (Nata-Muay Thai for Kids)

   - Buddhatantra Yoga & Wisdom (Ruesi-dad-ton)



   ***************************************************************




Wednesday, December 2, 2015

๖๔.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music- Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.














ส่วนบนของฟอร์มส่วนล่างของฟอร์ม*** Atthanij Pokkasap    @Tu Lulla และ @Wu Sheng Fu

หลักสูตรมวยไทยนั้น ครูกิมเส็ง...สุนทร ทวีสิทธิ์ ได้จัดทำไว้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว เป็นหลักสูตรมาตรฐานแรกสุดของกรมพละศึกษา เมื่อปี พ.ศ.2484 สมัยที่หลวงศุภชลาศัยเป็นอธิบดีกรมพละ


รากฐานวิชาศิลปมวยไทย ของครูกิมเส็งนั้นได้รับการถ่ายทอดมาจาก "ครูเขียว" นายบ้านแห่งหมู่บ้านป่าระหว่างชายแดนจังหวัดอยุธยากับสระบุรี เมื่อครั้งครูกิมเส็งหลงป่าและซมด้วยพิษไข้เพราะไปตามล่าเสือที่ฆ่าแม่ของครู...


ครูเขียว เป็นชาวพื้นเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เรียกกันว่า ขแมร์ลือ(เขมรสูง) สายทางมวยพื้นบ้านของโคราช-บุรีรัมย์มาจากทหารจากกองทัพอยุธยาสมัยสมเด็จพระนาราย์มหาราชเป็นตำรับมวยเดียวกันกับตำรับพระเจ้าเสือ...
จากการที่มีความเชื่อว่า นาฏศิลป์ไม่เกี่ยวกับมวยไทยอาชีพของกลุ่มคนเนรคุณศิลปวิชาบรรพชนกลุ่มหนึ่ง ทำให้มีการตัดตอน และหลักสูตรสำคัญที่ครูกิมเส็งได้วางรากฐานไว้ดีแล้วแก่กรมพละศึกษาส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่อง นาฏศิลป กับศิลปมวยไทยหายสาบสูญไปจากการถ่ายทอด ทำให้ศิลปมวยไทยปัจจุบันนี้ ไม่มีวันบรรลุประสิทธิภาพสูงสุดยอดอย่างเช่นนักมวยไทยในอดีตระหว่าง ปี พ.ศ.2495-2520


วันนี้เจอฝรั่งใช่ความแข็งแรงที่เหนือกว่าเดินชนอย่างเดียวฝรั่งก็สามารุชนะน็อคได้แล้วภายใน ยก ๓ หรือ ๔


หลักสูตรส่วนที่ถูกทำให้สาบสูญไปนั้น เราเรียกว่า การฝึกท่าจับ(แบบเดียวกับที่จิตรกรรมไทยเรียกท่าจับ มี จับ ๒, จับ ๓,จับ ๕,จับ ๗ เป็นต้น) ผมมีต้นฉบับหลักสูตรตอนนี้อยู่ขอโอกาสนำมาถ่ายทอดให้ในเร็วๆนี้ครับ....ขอเวลาค้นหาต้นฉบับซึ่งก็อยู่ในเล่มที่พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจครูกิมเส็ง เมื่อ ปี 2504 น่ะละครับ
จะเร่งทำคำอธิบายประกอบและส่งให้ได้ในต้นปี 2556 ครับ.




Atthanij Pokkasap  อยากใส่อารมณ์กราดเกรี้ยวลงไปด้วย   เดี๋ยวพวกดัดจริตธรรม..พวกสะดิ้งธรรม  ก็แตกตื่นกันอีก...เลยรสจืดไปเลยนะครับ ทนๆอ่านละกัน   
สุดยอดการฆ่าคือฆ่าด้วยคำพูดนะ...ถ้าอ่านสำนวนผมแล้วคิดว่าผมเป็นคนเจ้าโทสะโมโหร้าย แล้วงานที่ละเอียดอ่อนอย่างลายเส้นในจิตรกรรมไทยที่ผมเขียนออกมาละเอียดประณีตแม่นยำเป๊ะๆคืออะไร....มันจะรู้เรื่องอารมณ์ผมจริงแล้วละหรือ...?    
กับข้าวยังต้องมีน้ำพริก  น้ำจิ้มเผ็ด   แต่พวกดัดจริตธรรม สะดิ้งธรรม   มันจะเอาแต่ธรรมของหวาน ...มันบ้า...นะ   แค่คิดเห็นก็เห็นมันบ้าแล้ว
...ดูแค่เรื่องความเป็นอยู่ของท่านพระอนุรุทธะองค์เดียว   เงียบกริบเลยยย...รู้มั้ย ตอนอยู่ ม.ต้น ผมเย็บเสื้อผ้าด้วยมือ..เย็บชุดนักเรียนใส่เอง
...อ๋อ...เราไม่ให้มันมาเถียงแล้ว...ไสยเวทบิดปากตบใส้แตกเลย...ที่ลงไม้ลงมือผ่านไสยเวทนี่    ลดกรรมให้พวกมันนะ    ถ้าให้มันละเมิดขณะเราชิงเข้าสมาธิ    กรรมหนักติดตัวพวกมันไปทุกภพทุกชาติครับ    เข้าใจกฎไสยเวทไว้ล่วงหน้าได้เลย
...กำลังภายในเรียก..รังสีอำมหิต งัย...คนโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องปาฏิหาริย์    เขาปะทะกันที่รังสี..อำนาจจิต นี้เอง     ไม่ต้องมาเถียงกันให้เปลืองน้ำลาย เปลืองเวลา   
ผมถึงวิเคราะห์เรื่องนายขนมต้มว่า   ไม่มีทางเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ...คนที่กล้าลงไม้ลงมือต่อคนของพระราชาต่อหน้าพระราชา...ไอ้พวกโง่จิตหยาบช้าเข้าไม่ถึง  ก็ป่วยการอธิบาย     ปล่อยมัน
...ตั้งศูนย์เสด็จ  มันคือเป้าหมายสำหรับการลองวิชา...ไม่ต้องเสียดายตัวลองวิชา   เพราะไม่มีคุณค่าอะไร   มันเป็นพวกปฏิเสธ...ปรากฏการณ์ สจิตตปริโยทปนํ ชัดเจน...พวกไม่เคารพเรื่องจิต   ก็ไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้...เพราะจิตคือผู้กำหนดอายุกาลแห่งจักรวาล...ตรรกะแห่งการพิพากษามีพร้อม...ไม่ต้องถึงปรัชญาฆ่าคนไม่บาปของ วาชศรพ ...


นาคเฝ้าคัมภีร์ นาคพิกลจริต ปิโลติ    ออร่า เน็น hunter x hunter   หาอ่านดูนะ


Mareep Nnag Yakkhanugann    อาจารย์เอ่ยถึงตรงนี้พอดี...ผมยังสงสัยปราชญาตรงนั้นว่ามันมีส่วนจริงมั้ย...หรือเป็นเรื่องของมิจฉาทิฏฐิจริงๆ...มีนัยอะไรแฝงอยู่หรือไม่ในเรื่องการฆ่าคนแบบไม่บาป...


Atthanij Pokkasap  เป็นตรรกะที่แย้งกับอาตมัน     ที่สุดของอาตมันว่ามันแยกออกไม่ได้ ตรรกะมันก็เลยว่างั้นอะไรที่มันแยกได้ก็ไม่ใช่ของจริง  เป็นมายา...แค่นั้นเองครับ
...หลักการนี้ผมว่าน่าใช้อย่างกรณี กม. ระเบียบ  กรม  กระทรวง    มันจะแย้งกับ รธน.2550 ทั้งหมด    เท่ากับกรมกระทรวงเป็นโมฆะ ปชช.  ต้องเรียกค่าเสียหายทุกกระทงที่กรม กระทรวงเหล่่านั้นละเมิด... เสร็จแล้วยุบทิ้งหมด    เพราะระเบียบการ พรบ.รองรับเป็นโมฆะที่ไปแย้งกับ รธน. ตามกม.สากล เป็นไง...ชัดมั้ย..
นักกฎหมายทุกวันนี้มันไม่รู้เรื่องปรัชญาของคณิตศาสตร์ ครับ    ตรรกะมันเลยอ่อนยวบ...รอวันนั้นอยู่..เสียงดังแล้วจะแจงเป็นมาตราที่มันละเมิดให้เห็นหนักๆ....อยู่ไม่ได้หรอกครับ...ปชช.ต้องปฏิวัติด้วยหลักการทางตรรกะที่ว่านี้   โลกทั้งโลกก็จะเห็นชอบธรรม...แจงเสร็จให้องค์กรรัฐที่ว่าแก้ต่าง   แก้ไม่ได้ก็ใช้ตีนลุยยุบทีละองค์กรๆๆไป...
กม.บทลงโทษพวกมันออกมาให้หมดแล้ว...แต่องค์กรที่รับแจ้งเป็นองค์กรกันชนของพวกมันเอง...ประชาชนจะไปแจ้งใครล่ะ???      
ตัวหัวหน้าองค์กรให้ศิษย์รุ่นล่าสุดใช้ไสยเวทย่ำยีบิดลำไส้ให้ช็อคคามือ...สนุกนะ   แค่คิดก็สนุกแล้ว...สจิตตปริโยทปนํไม่ต้องไปถึงนิพพานและโลกียะนี้เอง...แก้ปัญหาได้หมด
...แต่..ก่อนอื่นจริงๆ    ผมต้องหาทุน  คือเบิกเงินเทวดามาตั้งศูนย์พุทธตันตระสยาม-ทิเบตให้ได้ก่อน 555    ปัทมปาละ...ทำหน้าที่ไม่เสร็จ ไม่ได้ไปผุดไปเกิดแน่...555


Wu Sheng Fu     กระบวนการฝึกมวยไทยตามค่ายทุกวันนี้   มันผิดเพี้ยนไปหมดรึยังไงครับอาจารย์    ประสิทธิภาพมันถึงได้ตกต่ำ    อาจารย์ช่วยลงตารางฝึกหน่อยสิครับว่าวันนึงควรฝึกอะไรบ้าง อาจารย์กิมเส็งนี่ท่านสุดยอดนะครับผมก็เคยได้ฟังมาบ้าง   พวกมวยไชยายังนับถือกันมากเลย


Atthanij Pokkasap  มัวแต่ออกแบบขายกินกะฝรั่ง    เลยโง่ตามฝรั่งเรียบร้อยไปแล้วครับ...ฝรั่งแข็งแรงกว่า   วิ่งชนตูมๆถึงยก 3, 4  ฝรั่งชนะน็อคเลย 555   ไม่ต้องไปสนแล้วลีลา...ศิลปะ มีแต่นายขยะเพ้อเจ้อเป็นนาฏศิลป์คนเดียว    สมน้ำหน้า..พวกมัน...ครับ
ควรจัดตารางฝึกอย่างไร?...ประมวลออกมาเป็นหมัดเท้าเข่าศอก    ตลอด ๕ ยกดูเลยแบบบัญญัติไตรยางค์ไม่เกินอันละ ๒๐๐ ที    ก็ซ้อมรวดเลย  หมัด 200  เตะ 200  เข่า 200  ศอก 200 ภายใน ๓๐ นาที(5 ยก)    ที่เหลือเทรนด์กำลังจากดรัมเบลหรือบาร์เบล ให้ได้เวลาทั้งหมดรวม..ทั้งหมด ๑๒๐ นาที (2 ชม.)      สมัยผมฝึกวันละ ๖-๘ ชม. ครับ   ผมไม่เคยวิ่งหรอก ๕ กม. ๑๐ กม.   วิ่งแต่สปริ๊น ๑๐๐ เมตร  ๒๐๐ เมตร  ๔๐๐ เมตรให้ไปอีก ๒ ชม.(วันเว้นวัน) ดรัมเบลเล่นทุกวัน   บาร์เบลเล่นวันเว้นวัน(บาร์เบล-ยกแบบพวกยกน้ำหนัก   แต่เน้นความเร็วมากกว่า..บารฺเบลนี่ให้กำลังปะทะสูงมาก...)    ตารางแบบขยะๆมีอยู่ครับ   เดี๋ยวจะลงให้  หาบันทึกดูก่อน...วางไหนยังไม่รู้
...ที่จริง..การซ้อมคู่แบบลีลานาฏศิลป์จำเป็นมาก    พวกมันโง่  ตัดออกหมด   แยกนาฏศิลป์ออกจากมวยไทยอย่างสิ้นเชิง  โง่ระยำบัดซบเลย... เล่นคู่แบบลีลานาฏศิลป์แต่โบราณท่านเน้นความเร็วและพละกำลังปะทะจริงๆเรียกว่าท่าจับ     ฝึกเป็นชุดจับที่ละ ๓ ท่า  ๕ ท่าครบ  ครบ ๑๕ ท่าหลัก   ท่าเล่นชุดท่าจับต่อเนื่องครบ ๑๕ ท่าหลัก   แบกน้ำหนักต่างกันเท่าตัวก็ได้ เพราะมันจะเห็นหมดทิศทางเคลื่อนไหวหมด    มวยไทยวันนี้ไม่รู้เรื่องชุดท่าจับครับ  โง่บัดซบ บัดซบระยำหมา...ด่าขนาดนี้เพราะ มันเสือกเกินครูอาจารย์ไปตัดออก    สร้างความเชื่อว่าเป็นนาฏศิลป์ใช้อาชีพไม่ได้    อายเค้า...เลวระยำสุดๆ
ครูกิมเส็ง ๔๐ กว่า  ครูเขต ๒๐ ปลายๆ   ครูเขตหมั่นไส้ครูกิมเส็งมากในความมีชื่อเสียงและตั้งท่ามวยไม่ตรงกับที่ครูเขตเรียนรู้มา(ครูกิมเส็งเรียนมาจาก พ่อเขียว  นายบ้านชายแดนอยุธยาสระบุรี  ตอนหลงป่า..ครูเขียวเป็นเขมรบุรีรัมย์...)     เมื่อครูเขตร์มีโอกาสของลองดี  เตะครูกิมเส็งได้ตูมเดียว  กะจะใช้ยุทธวิธีเตะพันลำ...แต่ตูมที่สอง   ครูเขตร์ปลิวกระเด็นไปค้างบนกอกล้วยข้างลานไม่รู้ตัวเลย....ไอ้พวกมวยไชยาถ้ามันไม่เคยรู้ข้อมูลนี้    มวยไชยาปลอมทั้งนั้น
หลังจากปลิวไปค้างบนกอกล้วยข้างลานแล้ว...ครูเขตร์ยอมรับนับถือเป็นลูกศิษย์ครูกิมเส็งครับ    ที่เอามาเล่า เป็นข้อเขียนของครูเขตร์เอง ในคำไว้อาลัย หนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจ ปี 2504 น่ะล่ะครับ...
....สำคัญมาก กันเล่นชุดท่าจับ  ทำให้เราคุ้นเคยกับมวยไทยทุกท่ามุมเคลื่อนไหวและมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับให้พิการหรือให้ตายก็ได้ครับ    ท่าจับแบบนาฏศิลป์ไอ้พวกชาติชั่วรู้เกินครู  ตัดออกหมด...มันจึงตกต่ำครับ.
ท่าการ์ดมวยของครูกิมเส็ง  จะหันหมัดเข้าหาตัว(ตามองศาโพสต์ทีเรียแอนทีเรีย   คือหน้าแขนหลังแขน)    เพราะพลิกบิดท่อนแขนนิดเดียว    องศากระดูกแขนเปลี่ยนองศาทันที โดยเฉพาะปุ่มกระดูกปลายศอกที่ใช้บิดกระแทกรับหมัดและกระแทกรับเตะ(ทำให้หมัดที่มากระทบซ้นหรือหักทันที   กระดูกเท้าที่เตะเข้ามาก็เหมือนกัน...รายละเอียดเยอะครับ    ผมว่าจะถ่ายสำเนาการฝึกท่าจับของครูกิมเส็งไว้ส่งให้ทั้งคุณตู่และหลายๆคนที่ต้องการฝึกมวยไทยประสิทธิภาพ ออริจินัล
...ครูกิมเส็งคือผู้จัดทำหลักสูตรมวยไทยกรมพละศึกษา(2484)สมัยหลวงศุภชลาศัยเป็นอธิบดีกรม  เป็นหลักสูตรแรกที่สมบูรณ์ที่สุดที่ทำให้ราชดำเนินและลุมพินี พัฒนาประสิทธิภาพมวยไทยไปสูงสุดระหว่าง 2495-2520 ครับ     ไม่ต้องไปแยกสายมวยให้แตกแยกเสียเวลา...ครับ…..
พวกคนถ่อยสถุลที่ต้องกวาดล้างออกจากสังคมไทยอุดมสุข...อย่างเด็ดขาด...ต้องตั้งศุนย์ หรือ อาศรมพุทธตันตระสยาม-ทิเบต ให้ได้ก่อน ภายใน ปีสองปีนี้...แล้วใช้พวกนี้เป็นเป้าลอง คาถาอาคมกัน...ใช้อำนาจจิตที่ฝึกกันมาดีแล้ว   ลงไปในไสยเวทฝ่ายทำลาย   สนุกอยู่หรอก บาปไม่บาป   สัจจะจะเป็นธรรมที่พิพากษาเอง   ไม่ใช่จิตของผู้มีพลังกว่า...จะต้องไปรับกรรมอะไรด้วย..สนุกครับงานนี้





* Illustration from Atthanij Pokkasap

and If you are interested in more information about Muay Thai,

please contact : Teacher.Atthanij Pokkasap (อัตถนิช โภคทรัพย์) ;

https://www.facebook.com/atthanij.pokkasap 






Tuesday, December 1, 2015

๖๓.Buddha-Dharma-Sangha-Science-Fiction-MuayThai-History-Astrology-Superstition-Religion-Language-Math-Mind-Universe-Meditation-Yoga-Music- Art-Agricuture-Herb-Food=Good Life Health.










*** โยคีขยะ - ฤษีป่าคอนกรีต    

เปอร์เซีย ครับ เปอร์เซีย !!!

ตามประวัติที่ตรัสเล่าไว้โดยพระพุทธเจ้า ในอัมพัฏฐสูตร(ไตร.เล่ม ๙/๔๕)และพระสูตรใหญ่ๆอีกหลายพระสูตร เป็นอารยันที่แตกแยกทางความคิดความเชื่อถือ ณ..อะราโคเซีย แล้วแยกเดินทางอพยพไปทิศตะวันตก อารยันอีกสายแยกมาทางตะวันออก


พวกแยกไปทางตะวันตก นำวัฒนธรรมประเพณีเข้าปะทะสังสรรค์กับ พวกมีดส์ หรือมีเดีย เกิดเป็น มิโด-เปอร์เซีย ขึ้น ส่วนมาทางตะวันออกข้ามแม่น้ำสินธุสู่ลุ่มแม่น้ำคงคา เป็นอินเดีย ซึ่งสู้ชิงอำนาจกันมาตลอดทางที่แผ่มาสู่ตะวันออก ตามบันทึกในชาดก ๕๕๔ ชาติ ของพระพุทธศาสนา


มิโด-เปอร์เซีย ยึดมหานครบาบิโลน ของชาวบาบิโลนได้ภายในคืนเดียวทำให้พระเจ้าไซรัสมหาราช ผู้ได้การยอมรับในบันทึกดิโอลด์เทสตาเม้นต์ว่า จอมกษัตริย์ผู้ยอมทนให้ เพราะเป็นผู้ปลดปล่อยพวกนับถือพระเจ้าออกจากความเป็นทาสที่บาบิโลเนียนกำหนดไว้ให้คืนกลับกรุงเยรูซาเล็ม


ศาสนาสาราธูษตรา หรือโซโรอัสเตอร์ คือ ที่พระพุทธศาสนาเรียกคนในศาสนานี้ว่า "อัคคีเวสนะ"...ท่านผู้บูชาไฟ เป็นแนวร่วมที่เข้มแข็งที่สุดของพระพุทธศาสนาตั้งแต่ที่พระศาสนาถืออุบัติขึ้น
และพระพุทธศาสนาได้รักษาร่องรอยของศาสนาสาราธูษตรา หรือปาร์ซีผู้บูชาไฟ ไว้ด้วยการประยุกต์เข้าเป็น "พระอมิตาภะ" และ "พระพุทธอังคีรสะ" เหมือนที่ประยุกต์ศาสนาโบราณของบาบิโลเนียนมาใว้ในรูปสัญญลักษณ์ของ "พระตถาคต ตะวันดวงใหญ่(มหาไวโรจนพุทธ)



ประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นมาโดยไม่ให้ความสำคัญต่อบันทึกทางความเชื่อของผู้สร้างอารยธรรม...จะเป็นดังที่แชร์มานี้ละครับ อันตรายมาก...


การศึกษาประวัติศาสตร์มนุษย์แต่ไม่ยอมศึกษาความเชื่อและภูมิปัญญาตามความเชื่อของมนุษย์ในประวัติศาสตร์ กำลังเป็นที่นิยมกันมากของพวกที่ยกตัวเองว่า เป็น ลิเบอรัล-มนุษย์สมัยใหม่
สมองฝ่อ และไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย ครับ!!!


ประวัติศาสตร์ของเปอร์เซียนั้นมีมากอยู่ในพระสูตรของพระพุทธศาสนาและบันทึกของเฮโรโดตุส..นักประวัติศาสตร์กรีก ที่เป็นบุคคลปลายพุทธกาล!!!


เพียงหลักฐานเก่าที่สุดสองสายนี้ ทำให้รู้ว่า ทุกวันนี้มหาลัยทั้งหมดสอนความรู้ที่แต่งกันขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้ให้เกียรติหลักฐานออริจินัลกันเลย


ชาติแรกที่กองทัพมีทหารรับจ้างและทหารรับจ้างนั้นก็คือ Scythians นานาเผ่า ทำให้ Scythians นานาเผ่าอยากสร้างบ้านแปงเมืองกะเค้ามั่งเป้นที่มาของอาณาจักรโบราณทั้งหลายในอินเดียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครับ